ธรรมะบัญญัติและแผ่นดินของพระเจ้า
ลูกาบทที่ 16:14-15
1ฝ่ายพวกฟาริสีที่มีใจรักเงินเมื่อได้ยินคำเหล่านั้นแล้วจึงเยาะเย้ยพระองค์15แต่พระองค์ตรัสแก่เขาว่าเจ้าทั้งหลายทำดีดูเป็นคนชอบธรรมต่อหน้ามนุษย์แต่พระเจ้าทรงทราบจิตใจของเจ้าทั้งหลายด้วยว่าซึ่งเป็นที่นับถือมากท่ามกลางมนุษย์ก็ยังเป็นที่เกลียดชังจำเพาะพระพักตร์พระเจ้า
แน่นอนครับ ขออรรถาธิบายพระธรรมลูกา 16:15 ซึ่งมีใจความว่า (แปลตามฉบับมาตรฐาน 2011):
“พระองค์จึงตรัสกับพวกเขาว่า ‘พวกท่านเป็นคนที่ยกตัวว่าชอบธรรมต่อหน้ามนุษย์ แต่พระเจ้าทรงรู้จักจิตใจของพวกท่าน เพราะว่าซึ่งนับว่าสูงส่งในสายตามนุษย์นั้น เป็นสิ่งน่าสะอิดสะเอียนในสายพระเนตรของพระเจ้า’”
เพื่อให้เข้าใจลึกขึ้น ขอแบ่งออกเป็น 3 ประเด็นครับ:
1. บริบท: กำลังตรัสกับใคร?
ข้อนี้พระเยซูตรัสกับ พวกฟาริสี ซึ่ง “รักเงิน” (ข้อ 14) พวกเขามักทำทุกอย่างให้ดูเหมือนเคร่งครัดและชอบธรรมต่อหน้าคนทั่วไป แต่ภายในแล้วความรักเงินและการยกตนเป็นสิ่งที่ควบคุมจิตใจพวกเขา
2. “ยกตัวว่าชอบธรรมต่อหน้ามนุษย์” vs “พระเจ้าทรงรู้จักจิตใจ”
- การยกตัวว่าชอบธรรมต่อหน้ามนุษย์ คือ การสร้างภาพลักษณ์ภายนอกให้ดูดี น่าเคารพ เช่น บริจาคเงินต่อหน้าคน อธิษฐานเสียงดัง แต่ไม่ได้เกิดจากใจที่รักพระเจ้าจริง
· พระเจ้าทรงรู้จักจิตใจ สะท้อนหลักการใน 1 ซามูเอล 16:7 ที่ว่า “มนุษย์ดูที่ภายนอก แต่พระเจ้าทอดพระเนตรที่จิตใจ” ความจริงใจและการกลับใจภายในสำคัญกว่าพิธีกรรมภายนอก
3. “สูงส่งในสายตามนุษย์” กลับ “น่าสะอิดสะเอียนในสายพระเนตรพระเจ้า”
สิ่งที่มนุษย์ยกย่อง เช่น ความมั่งคั่ง อำนาจ ชื่อเสียง การทำบุญแบบอวดอ้าง หรือแม้แต่ “ความดี” ที่ทำเพื่อให้คนยกย่อง ล้วนเป็นสิ่งที่น่ารังเกียจต่อพระเจ้า เพราะมันปราศจากความรัก ความถ่อมใจ และการเชื่อฟังพระองค์อย่างแท้จริง
สรุปประยุกต์ใช้ในชีวิต
- เตือนใจเรื่องความหน้าซื่อใจคด เราอาจทำดีเพื่อให้คนเห็น แต่พระเจ้าเห็นแรงจูงใจในใจเสมอ
· เปลี่ยนมาตรฐานการประเมินค่า อย่าใช้มาตรฐานของโลกมาตัดสินความดีงามของตนเอง เพราะสิ่งที่โลกยกย่องอาจผิดจากน้ำพระทัยพระเจ้า
· มุ่งทำเพื่อพระเจ้า ให้การอธิษฐาน บริจาค และรับใช้เกิดจากความรักและเชื่อฟังพระเจ้า ไม่ใช่เพื่อให้คนยกย่อง
หากคุณสนใจอยากเจาะลึกเรื่องบริบทของ “พวกฟาริสีผู้รักเงิน” หรือการนำไปอธิบายในชีวิตประจำวันเพิ่มเติม บอกได้เลยครับ