welcome
เราเป็นชนชาติบริสุทธิ์ของพระเจ้า
- Details
- Written by: chatrapong meesa
- Category: พระคริสต์ธรรมคัมภีร์
- Hits: 6
- เราเป็นชนชาติบริสุทธิ์ของพระเจ้า:
เราเป็นชนชาติบริสุทธิ์ของพระเจ้า
อพยพ19:5-6
5 เหตุฉะนี้ถ้าเจ้าฟังเสียงของเราและรักษาพันธะสัญญาของเราไว้เจ้าจะเป็นกรรมสิทธิ์ของเราที่เราเลือกสรรจากท่ามกลางชนชาติทั้งปวงเพราะแผ่นดินทั้งสิ้นเป็นของเราเจ้าทั้งหลายจะเป็นอาณาจักรปุโรหิตและเป็นชนชาติบริสุทธิ์สำหรับเรานี่เป็นถ้อยคำที่เจ้าต้องบอกให้คนอิสราเอลฟัง
ข้อพระคัมภีร์อพยพ 19:5-6 คือข้อความแห่ง พันธสัญญา สำคัญยิ่งในพระคัมภีร์เดิม ซึ่งพระเจ้าทรงเสนอสถานะพิเศษแก่ชนชาติอิสราเอล หากพวกเขาตอบสนองด้วยการเชื่อฟัง ซึ่งเป็นข้อความที่รากฐานความเชื่อของทั้งศาสนายูดาห์และคริสต์ศาสนาต่างสืบทอดต่อมา
📖 ข้อพระคัมภีร์
· ภาษาไทย (THSV11): "ฉะนั้น ถ้าพวกเจ้าฟังเสียงเราจริงๆ และรักษาพันธสัญญาของเราไว้ พวกเจ้าจะเป็นของล้ำค่าของเราที่เราเลือกสรรจากท่ามกลางชนชาติทั้งปวง เพราะแผ่นดินทั้งสิ้นเป็นของเรา พวกเจ้าจะเป็นอาณาจักรปุโรหิตและเป็นชนชาติบริสุทธิ์สำหรับเรา นี่เป็นถ้อยคำที่เจ้าต้องบอกกับคนอิสราเอล"
· New International Version (NIV) : "Now if you obey me fully and keep my covenant, then out of all nations you will be my treasured possession. Although the whole earth is mine, you will be for me a kingdom of priests and a holy nation.’ These are the words you are to speak to the Israelites."
📝 อรรถาธิบาย
1. เงื่อนไขของพันธสัญญา (ข้อ 5a)
“ถ้าพวกเจ้าฟังเสียงเราจริงๆ และรักษาพันธสัญญาของเราไว้” ความสัมพันธ์นี้ไม่ได้ถูกกำหนดโดยชาติกำเนิด แต่ขึ้นอยู่กับการตอบสนองด้วยความเชื่อฟัง ซึ่งเป็นหลักการสำคัญที่ปรากฏซ้ำตลอดพระคัมภีร์
2. สถานะ "ของล้ำค่า" (Segullah) (ข้อ 5b)
คำภาษาฮีบรู סְגֻלָּה (Segullah) มีความหมายพิเศษกว่าทรัพย์สินทั่วไป (property) หมายถึง “สมบัติล้ำค่าหรือกรรมสิทธิ์ส่วนพระองค์” แม้แผ่นดินโลกและทุกชนชาติเป็นของพระองค์ในฐานะพระผู้สร้าง แต่พระองค์ทรงเลือกและหวงแหนอิสราเอลเป็นพิเศษดั่ง “สมบัติส่วนตัว” (a treasured possession) เปรียบได้กับเครื่องประดับอันล้ำค่าที่ถูกเก็บไว้อย่างดี
3. "อาณาจักรปุโรหิตและชนชาติบริสุทธิ์" (ข้อ 6)
สองสถานะนี้เป็นพันธกิจหลักของอิสราเอล:
· เป็นอาณาจักรปุโรหิต (a kingdom of priests) : ทุกคนมีสถานะกษัตริย์และปุโรหิต มีหน้าที่เป็นคนกลางนำ บรรดาประชาชาติ มาสู่ความรู้จักพระเจ้า (inclusive mission) มากกว่าการถูกกีดกัน
· เป็นชนชาติบริสุทธิ์ (a holy nation) : ถูกแยกออกจากชนชาติอื่นเพื่อรับใช้และถวายเกียรติแด่พระเจ้า
✝️ การเชื่อมโยงสู่พันธสัญญาใหม่
พันธสัญญาเดิมนี้เป็นรากฐานของเอกลักษณ์ของคริสตจักรในพันธสัญญาใหม่ โดยเฉพาะ 1 เปโตร 2:9 ได้นำคำว่า “อาณาจักรปุโรหิต” (a royal priesthood) , “ชนชาติบริสุทธิ์” (a holy nation) และ “ของล้ำค่าของพระองค์” (God’s special possession) มาอ้างถึงผู้เชื่อทุกคน (ทั้งชาวยิวและชาวต่างชาติ)
นี่แสดงให้เห็นว่าพระประสงค์ของพระเจ้าที่มีต่ออิสราเอลไม่ได้หายไป แต่ได้ขยายขอบเขตสำเร็จสมบูรณ์ในพระเยซูคริสต์และคริสตจักร ซึ่งผู้เชื่อได้รับสิทธิพิเศษและพันธกิจเดียวกันในการเป็นตัวแทนของพระองค์ท่ามกลางโลก
หากคุณสนใจจะศึกษาความเชื่อมโยงระหว่างพันธสัญญาเดิมและพันธสัญญาใหม่เพิ่มเติม อยากทราบรายละเอียดเกี่ยวกับความหมายของคำว่า "Segullah" หรือเปรียบเทียบฉบับแปลอื่น ๆ บอกได้เลยนะครับ
พระวัจนะประจำวัน
- Details
- Written by: chatrapong meesa
- Category: พระคริสต์ธรรมคัมภีร์
- Hits: 10
- ท่าทีการถวายทศางค์:
"พระคำของพระเจ้าที่มาถึงทุกท่านในวันนี้ อยู่ในหนังสือเฉลยธรรมบัญญัติ26:12-19
12 "เมื่อท่านถวายทศางค์จากผลไม้ของท่านเสร็จแล้วในปีที่ สาม อันเป็นปีทศางค์คือให้ทศางค์นั้นแก่คนเลวีและคนต่างด้าว ลูกกำพร้าและแม่หม้าย เพื่อเขาจะได้รับประทานให้อิ่มหนำภายในเมืองของท่าน13แล้วท่านจงทูลพระเยโฮวาห์พระเจ้าของท่านว่า 'ข้าพระองค์ยกส่วนศักดิ์สิทธิ์ออกจากบ้านข้าพระองค์แล้วและยิ่งกว่านั้นข้าพระองค์ได้ให้แก่คนเลวึและคนต่างด้าว ลูกกำพร้าและแม่หม้าย ตามพระบัญญัติซึ่งพระองค์ทรงบัญชาไว้แก่ข้าพระองค์ทุกประการข้าพระองค์มิได้ละเมิดพระบัญญัติของพระองค์ในข้อใดเลยและข้าพระองค์มิได้ลืมเลย14ข้าพระองค์มิได้รับประทานทศางค์เมื่อข้าพระองค์ไว้ทุกข์หรือยกส่วนใดออกไปเมื่อข้าพระองค์เป็นมลทินหรืออุทิศส่วนใดเพื่อผู้ตายข้าพระองค์ได้เชื่อฟังพระสุรเสียงของพระเยโฮวาห์พระเจ้าของข้าพระองค์ข้าพระองค์ได้กระทำตามทุกสิ่งที่พระองค์ทรงบัญชาไว้15ขอพระองค์ทรงทอดพระเนตรจากสถานประทับบริสุทธิ์ของพระองค์คือสวรรค์และขอทรงอำนวยพระพรแก่อิสราเอลประชากรของพระองค์และแก่ที่ดินซึ่งพระองค์ประทานแก่ข้าพระองค์ทั้งหลายดั่งที่พระองค์ทรงปฏิญาณไว้กับบรรพบุรุษของข้าพระองค์เป็นแผ่นดินที่มีน้ำนมและน้ำผึ้งไหลบริบูรณ์'
ชนชาติที่บริสุทธิ์แด่พระเจ้า
16วันนี้พระเยโฮวาห์พระเจ้าของท่านทรงบัญชาท่าน ให้กระทำตามกฎเกณฑ์และกฎหมายเหล่านี้ฉะนั้นท่านจงระวังที่จะกระทำตามด้วยสุจิตสุดใจของท่าน
17"ในวันนี้ท่านได้ยอมรับแล้วว่าพระเยโฮวาห์เป็นพระเจ้าของท่านและท่านจะดำเนินตามพระมรรคาของพระองค์และรักษากฎเกณฑ์พระบัญญัติและกฎหมายของพระองค์และจะเชื่อฟังพระสุรเสียงของพระองค์ 18และในวันนี้พระเจ้าทรงรับว่าท่านทั้งหลายไปชนชาติในกรรมสิทธิ์ของพระองค์ ดังที่พระองค์ทรงสัญญาไว้กับท่าน และว่าท่านจะรักษาพระบัญญัติทั้งสิ้นของพระองค์19และว่าพระองค์จะทรงตั้งท่านให้สูงเหนือบรรดาประชาชาติซึ่งพระองค์ได้ทรงสร้าง ในเรื่องสรรเสริญชื่อเสียงและเกียรติยศและว่าท่านจะเป็นชนชาติที่บริสุทธิ์ แด่พระเยโฮวาห์พระเจ้าของท่านดังที่พระองค์ตรัสไว้แล้ว"
ประกาศข่าวดี
- Details
- Written by: chatrapong meesa
- Category: พระคริสต์ธรรมคัมภีร์
- Hits: 36
- พระเยซูทรงฟื้นคืนพระชนม์:
- พระธรรมลูกาบทที่24:
พระเยซูฟื้นคืนพระชนม์แล้ว
พระธรรมลูกาบทที่24
ลูกา บทที่ 24 เป็นบทสุดท้ายของพระกิตติคุณลูกา บันทึกเหตุการณ์สำคัญที่สุดของความเชื่อคริสเตียน นั่นคือการคืนพระชนม์ของพระเยซู และการปรากฏพระองค์แก่เหล่าสาวก ก่อนเสด็จขึ้นสู่สวรรค์
บทนี้สามารถแบ่งเนื้อหาหลักได้ 4 ส่วน ดังนี้:
🕊️ 1. การค้นพบอุโมงค์ว่าง (ลูกา 24:1-12)
เช้ามืดวันอาทิตย์ พวกผู้หญิงที่ติดตามพระเยซูนำเครื่องหอมไปที่อุโมงค์เพื่อชโลมพระศพ แต่กลับพบว่าก้อนหินปิดอุโมงค์ถูกกลิ้งออก และพระศพของพระองค์ก็หายไป ทูตสวรรค์สององค์ในอาภรณ์สว่างไสวปรากฏแก่พวกนางและประกาศข่าวว่า "พระองค์ไม่ได้อยู่ที่นี่ แต่ทรงเป็นขึ้นมาแล้ว" พวกนางจึงรีบไปบอกสาวกทั้งสิบเอ็ดคน แต่พวกเขาไม่เชื่อ เปโตรวิ่งไปที่อุโมงค์และพบเพียงผ้าห่อพระศพ
🚶 2. การเดินทางไปเอมมาอูส (ลูกา 24:13-35)
วันเดียวกันนั้น สาวกสองคนกำลังเดินทางไปยังหมู่บ้านเอมมาอูส พระเยซูทรงเข้ามาร่วมเดินทางด้วย แต่พวกเขาถูกห้ามไม่ให้จำพระองค์ได้ พวกเขาผิดหวังเล่าเรื่องการตรึงกางเขนและความหวังที่สลายไป แล้วพระองค์ก็ทรงอธิบายพระคัมภีร์ทุกข้อที่กล่าวถึงพระองค์ ตั้งแต่โมเสสและบรรดาผู้เผยพระวจนะ เมื่อถึงหมู่บ้าน พระองค์ทรงร่วมรับประทานอาหารกับพวกเขา พอพระองค์ทรงหักปังและอวยพร "ตาของเขาก็จำพระองค์ได้ และพระองค์ก็ทรงหายไปจากเขา" ต่อมาพวกเขาจึงรีบกลับไปกรุงเยรูซาเล็มเพื่อเล่าให้สาวกคนอื่นๆ ฟัง
🕊️ 3. การปรากฏแก่สาวกและเหล่าสาวก (ลูกา 24:36-49)
ขณะที่เหล่าสาวกกำลังพูดคุยกันเรื่องการปรากฏของพระเยซูที่เอมมาอูส พระองค์ทรงยืนอยู่ท่ามกลางพวกเขา เพื่อพิสูจน์ว่าไม่ใช่ผี พระองค์ทรงให้พวกเขาแตะต้องและรับประทานปลาย่าง พระองค์ทรงย้ำว่าทุกสิ่งที่เกิดขึ้นเป็นไปตามที่พระคัมภีร์ได้เขียนไว้ นั่นคือพระเมสสิยาห์จะต้องทนทุกข์ทรมาน ตาย และเป็นขึ้นมาจากความตายในวันที่สาม และสาวกของพระองค์จะต้องเป็นพยานเพื่อประกาศการอภัยบาปแก่ทุกชนชาติ โดยเริ่มตั้งแต่กรุงเยรูซาเล็ม
☁️ 4. การเสด็จขึ้นสู่สวรรค์ (ลูกา 24:50-53)
ในตอนสุดท้าย พระเยซูทรงพาสาวกไปยังหมู่บ้านเบธานี พระองค์ทรงยกมืออวยพรพวกเขา และขณะที่กำลังทรงอวยพรอยู่นั้น พระองค์ก็แยกจากพวกเขาและถูกรับขึ้นสู่สวรรค์ เหล่าสาวกจึงนมัสการพระองค์ แล้วกลับไปยังกรุงเยรูซาเล็มด้วยความชื่นชมยินดียิ่งนัก และอยู่ที่พระวิหารถวายสรรเสริญพระเจ้าอยู่เสมอ
ข้อคิดและบทเรียนสำคัญจากบทนี้:
· การสำเร็จเป็นจริงตามพระคัมภีร์: การคืนพระชนม์ของพระเยซูมิใช่เรื่องบังเอิญ แต่เป็นการสำเร็จตามคำพยากรณ์ของพระเจ้า ซึ่งแสดงถึงความสัตย์ซื่อของพระองค์
· ความเชื่อและการสงสัย: ปฏิกิริยาของพวกสาวกที่กังขาและไม่เชื่อข่าวการคืนพระชนม์ แสดงให้เห็นถึงธรรมชาติของมนุษย์ที่ต้องการหลักฐานยืนยัน
· ความหวังและการเริ่มต้นใหม่: การกลับคืนพระชนม์ของพระเยซูพลิกความโศกเศร้า ความสิ้นหวัง (ดังที่สาวกเอมมาอูสรู้สึก) ให้กลายเป็นความชื่นชมยินดีและความหวังที่มั่นคง
· พันธกิจของคริสเตียน: พระเยซูทรงมอบหมายให้สาวกเป็นพยาน แสดงให้เห็นว่าความเชื่อไม่ได้เป็นเรื่องส่วนตัว แต่ต้องถูกส่งต่อและประกาศออกไป
หากท่านสนใจศึกษาเนื้อหาส่วนใดเพิ่มเติม หรือต้องการเปรียบเทียบกับพระกิตติคุณอีกสามเล่ม (มัทธิว, มาระโก, ยอห์น) ก็สามารถแจ้งได้นะครับ
ความเชื่อในข่าวประเสริฐ
- Details
- Written by: chatrapong meesa
- Category: พระคริสต์ธรรมคัมภีร์
- Hits: 9
- ความเชื่อในข่าวประเสริฐ:
“ความเชื่อในข่าวประเสริฐ” หมายถึงการยอมรับและวางใจในเนื้อหาสำคัญของข่าวดีที่พระเยซูคริสต์ทรงนำมา โดยหัวใจของข่าวประเสริฐคือ:
1. พระเยซูทรงเป็นพระบุตรของพระเจ้า มาบังเกิดเป็นมนุษย์
2. ทรงสิ้นพระชนม์บนไม้กางเขน เพื่อรับโทษแทนบาปของมนุษย์ทุกคน
3. ทรงคืนพระชนม์ในวันที่สาม ชนะความตายและอำนาจของบาป
4. ประทานชีวิตนิรันดร์และการคืนดีกับพระเจ้า แก่ทุกคนที่เชื่อ
ดังนั้น “ความเชื่อในข่าวประเสริฐ” จึงไม่ใช่แค่การรู้ข้อเท็จจริงทางประวัติศาสตร์ แต่หมายถึงการ วางใจส่วนตัว ว่าความตายและการคืนพระชนม์ของพระเยซูนั้นเพียงพอที่จะช่วยให้รอดพ้นจากบาปและการพิพากษา คริสเตียนเชื่อว่า ความรอดเกิดโดยพระคุณผ่านทางความเชื่อ (เอเฟซัส 2:8-9) ไม่ใช่จากการทำดี แต่การทำดีเป็นผลตามมาจากความเชื่อที่แท้จริง
พระคัมภีร์ระบุว่า “ถ้าคุณจะยอมรับด้วยปากว่าพระเยซูเป็นองค์พระผู้เป็นเจ้า และเชื่อในใจว่าพระเจ้าทรงชุบพระองค์ให้คืนพระชนม์จากความตาย คุณก็จะรอด” (โรม 10:9) และ “พระเจ้าทรงรักโลกจนได้ประทานพระบุตรองค์เดียวของพระองค์ เพื่อทุกคนที่วางใจในพระบุตรนั้นจะไม่พินาศ แต่มีชีวิตนิรันดร์” (ยอห์น 3:16)
สรุป: ความเชื่อในข่าวประเสริฐ = การเชื่อและมอบชีวิตให้พระเยซูคริสต์ในฐานะพระเจ้าและพระผู้ช่วยให้รอดเพียงผู้เดียว
Page 3 of 5