พระธรรมลูกา 16:14-17

obs-en-15-02

14 ฝ่ายพวกฟาริสีที่มีใจรักเงิน เมื่อได้ยินคำเหล่านั้นแล้วจึงเยาะเย้ยพระองค์

15 แต่พระองค์ตรัสแก่เขาว่า “เจ้าทั้งหลายทำทีดูเป็นคนชอบธรรมต่อหน้ามนุษย์ แต่พระเจ้าทรงทราบจิตใจของเจ้าทั้งหลาย ด้วยว่าซึ่งเป็นที่นับถือมากท่ามกลางมนุษย์ ก็ยังเป็นที่เกลียดชังจำเพาะพระพักตร์พระเจ้า

16 มีธรรมบัญญัติและผู้เผยพระวจนะมาจนถึงยอห์น ตั้งแต่นั้นมาเขาก็ประกาศข่าวประเสริฐเรื่องแผ่นดินของพระเจ้า และคนทั้งปวงก็ชิงกันเข้าไปในแผ่นดินนั้น

17 ฟ้าและดินจะล่วงไปก็ง่ายกว่าที่ธรรมบัญญัติสักจุดหนึ่งจะเป็นโมฆะ

แน่นอนครับ ขออรรถาธิบาย ลูกา 16:14-17 ในรูปแบบที่เข้าใจง่าย พร้อมบริบทและข้อคิดทางเทววิทยาครับ

บริบทของข้อความ

พระเยซูทรงกำลังตรัสกับเหล่าสาวก ต่อหน้าพวกฟาริสี ซึ่งเป็นคนรักเงิน (ข้อ 14) ก่อนหน้านี้พระองค์เพิ่งเล่าอุปมาเรื่อง นายทุนที่ไม่ซื่อสัตย์ (ลูกา 16:1-13) ซึ่งสรุปว่าคนใช้เงินอย่างไม่ซื่อสัตย์ยังรอบคอบในการใช้เงินเพื่ออนาคตฝ่ายโลก แต่เราควรใช้เงินเพื่ออนาคตนิรันดร์ และ ไม่มีใครปรนนิบัตินายสองคน (พระเจ้ากับเงินทอง)

---

อรรถาธิบายทีละข้อ

ลูกา 16:14 - ฟาริสีเยาะเย้ย เพราะรักเงิน

“พวกฟาริสีที่รักเงิน ได้ยินพระองค์ตรัสดังนั้นก็เยาะเย้ยพระองค์”

  • ฟาริสีรักเงิน – แต่พวกเขามักแสร้งทำเป็นเคร่งครัดในธรรมบัญญัติ พระเยซูทรงเปิดโปงว่าความรักเงินเป็นใจกลางของชีวิตพวกเขา
    · เยาะเย้ย (ἐξεμυκτήρισαν – exemyktērisan) – แปลตรงตัวว่า “สั่งน้ำมูกใส่” หรือ “ทำหน้าดูถูก” แสดงถึงการดูหมิ่นอย่างรุนแรง พวกเขาคิดว่าคำสอนของพระเยซูโง่เขลา เพราะพวกเขาเชื่อว่าความมั่งคั่งเป็นเครื่องหมายของพระพรจากพระเจ้า

ลูกา 16:15 - พระเจ้าทรงรู้ใจ สิ่งที่มนุษย์ยกย่องเป็นสิ่งน่าสะอิดสะเอียน (เป็นสิ่งที่น่าเกลียดชัง) ต่อพระเจ้า

“พระองค์ตรัสแก่เขาทั้งหลายว่า ‘ท่านทั้งหลายเป็นคนที่ยอตัวเองต่อหน้ามนุษย์ แต่พระเจ้าทรงรู้จักใจของท่าน เพราะว่าที่มนุษย์ยกย่องนับถือกันนั้น เป็นสิ่งน่าสะอิดสะเอียนในสายพระเนตรของพระเจ้า’”

  • ยอตัวเองต่อหน้ามนุษย์ – พวกฟาริสีรักษาภาพลักษณ์ภายนอกว่าเคร่งครัด แต่ภายในรักเงินและอำนาจ
    · พระเจ้าทรงรู้จักใจ – เป็นการเตือนว่าไม่มีใครหลอกพระเจ้าได้
    · ที่มนุษย์ยกย่อง…น่าสะอิดสะเอียน – นี่เป็นหัวใจสำคัญ: สิ่งที่สังคมชื่นชม (เช่น ความร่ำรวย อำนาจ ชื่อเสียง) ถ้าทำให้เราหันเหจากพระเจ้า มันกลับเป็นสิ่งที่น่ารังเกียจในสายพระเนตรพระเจ้า ตัวอย่างเช่น การทำบุญเพื่ออวด หรือการให้ทานเพื่อให้คนยกย่อง

ลูกา 16:16 - ยุคเปลี่ยนผ่าน จากธรรมบัญญัติสู่ข่าวประเสริฐแห่งอาณาจักร

“ธรรมบัญญัติและคำของผู้เผยพระวจนะมีมาจนถึงยอห์น ตั้งแต่นั้นมา อาณาจักรของพระเจ้าก็ได้รับการประกาศ และทุกคนก็บังคับตัวเข้าไปในอาณาจักรนั้น”

ข้อนี้ดูเหมือนไม่ต่อเนื่อง แต่จริงๆ เชื่อมโยงกับข้อ 14-15 และข้อ 17

  • ธรรมบัญญัติและผู้เผยพระวจนะมีมาจนถึงยอห์น – หมายถึงการเตรียมการของพระเจ้าในพันธสัญญาเดิมสิ้นสุดลงที่ยอห์นผู้ให้บัพติศมา (เป็นตัวเชื่อมระหว่างสองพันธสัญญา)
    · ตั้งแต่นั้นมา อาณาจักรของพระเจ้าก็ได้รับการประกาศ – ในยุคของพระเยซู กำลังเริ่มต้นยุคแห่งการประกาศข่าวดีเรื่องอาณาจักร
    · ทุกคนก็บังคับตัวเข้าไปในอาณาจักรนั้น
    คำแปลที่ถูกต้องที่สุดอาจเป็น “ทุกคนก็ถูกเร่งเร้าให้เข้าไป” หรือ “ทุกคนก็พยายามอย่างแรงกล้าที่จะเข้าไป” (กรีก: βιάζεται – biázetai)
    ไม่ใช่ใช้ความรุนแรง แต่หมายถึงความกระตือรือร้นอย่างแรงกล้า เสมือนหนึ่ง “เบียดเสียด” หรือ “ทุ่มเทสุดตัว” เพื่อเข้าสู่อาณาจักร
    ข้อนี้ไม่ได้ขัดแย้งกับความรอดโดยพระคุณ แต่ชี้ให้เห็นว่าการตอบสนองต่ออาณาจักรต้องอาศัยการกลับใจและการละทิ้งความรักโลก (โดยเฉพาะเงินทอง)

ลูกา 16:17 - ธรรมบัญญัติยังคงมั่นคง ไม่ถูกยกเลิก

“ส่วนฟ้าและดินจะล่วงไปได้ง่ายกว่า อักษรตัวหนึ่งตัวใดในธรรมบัญญัติจะตกไปก็ยาก”

  • พระเยซูตรัสเช่นนี้เพื่อป้องกันไม่ให้ใครเข้าใจผิดว่า อาณาจักรใหม่หมายถึงการยกเลิกมาตรฐานศีลธรรมของพระเจ้า
    · อักษรตัวหนึ่งตัวใด (iōta – ยอด) – หมายถึงอักษรที่เล็กที่สุดในภาษาฮีบรู (yodh) หรือแม้แต่ขีดเล็กๆ บนตัวอักษร
    · ความหมาย: พระเจ้าจะไม่เปลี่ยนมาตรฐานความดีความชอบ
    แต่พระเยซูทรงเติมเต็มธรรมบัญญัติและแสดงให้เห็นความหมายที่ลึกซึ้งยิ่งขึ้น (เช่น ความโลภเท่ากับ idolatry)
    · เชื่อมกลับถึงฟาริสี: พวกเขาจับผิดเล็กๆ น้อยๆ แต่ขาดความรักพระเจ้าและเมตตาธรรม

สรุปสาระสำคัญ

1. พระเจ้าทรงเห็นใจ ไม่ใช่ภายนอก – พวกฟาริสีดูดีแต่พระองค์ตรัสว่าความรักเงินเป็นสิ่งน่าสะอิดสะเอียน
2. อาณาจักรของพระเจ้ามาถึงแล้ว – ตั้งแต่ยอห์นเป็นต้นมา เราต้องตอบสนองด้วยใจที่แรงกล้า พร้อมทิ้งสิ่งที่เป็นอุปสรรค (รวมถึงเงินทอง)
3. ธรรมบัญญัติไม่สิ้นสูญ – อาณาจักรไม่ได้หมายถึงการเลิกทำตามน้ำพระทัยของพระเจ้า แต่น้ำพระทัยนั้นยังคงมั่นคงเป็นนิจ

ข้อคิดนำไปใช้

  • เรามักยกย่องคนรวย หรืออยากให้คนนับถือในความสำเร็จทางโลก แต่พระเยซูทรงเตือนว่า “ที่มนุษย์ยกย่องเป็นสิ่งน่าสะอิดสะเอียนต่อพระเจ้า” ถ้ามันทำให้ห่างเหินจากพระองค์
    · อย่าเยาะเย้ยหรือดูถูกคำสอนของพระคริสต์ที่ท้าทายวิถีของโลก
    · การเข้าสู่อาณาจักรต้องใช้ความมุ่งมั่นอย่างแรงกล้า – ไม่ใช่เกียจคร้านฝ่ายวิญญาณ
    · เรายังต้องยึดมั่นในมาตรฐานศีลธรรมของพระเจ้า โดยเฉพาะเรื่องความซื่อสัตย์และการไม่เป็นทาสเงินทอง

ถ้าต้องการเจาะลึกคำว่า “บังคับตัวเข้าไป” (ข้อ 16) หรือเทียบกับมัทธิว 11:12-13 เพิ่มเติม ก็บอกได้นะครับ