พระธรรมโรม1:8-17
📖 พระคัมภีร์ โรม 1:8-17 (Thai KJV)
8 ประการแรก ข้าพเจ้าขอขอบพระคุณพระเจ้าของข้าพเจ้าโดยทางพระเยซูคริสต์เหตุด้วยท่านทั้งหลาย เพราะว่าความเชื่อของพวกท่านเลื่องลือไปทั่วโลก
9 เพราะพระเจ้าผู้ซึ่งข้าพเจ้ารับใช้ด้วยชีวิตจิตใจของข้าพเจ้าในข่าวประเสริฐแห่งพระบุตรของพระองค์นั้น ทรงเป็นพยานของข้าพเจ้าว่า เมื่อข้าพเจ้าอธิษฐานนั้น ข้าพเจ้าเอ่ยถึงท่านทั้งหลายเสมอไม่ว่างเว้น
10 ข้าพเจ้าทูลขอว่า ถ้าเป็นที่พอพระทัยพระเจ้าแล้วให้ข้าพเจ้าได้มีโอกาสไปเยี่ยมท่านทั้งหลาย โดยอย่างหนึ่งอย่างใดในที่สุดนี้
11 เพราะข้าพเจ้าปรารถนาที่จะได้พบท่านทั้งหลาย เพื่อจะได้นำของประทานฝ่ายจิตวิญญาณมาให้แก่ท่านบ้าง เพื่อเสริมกำลังท่านทั้งหลาย
12 คือเพื่อข้าพเจ้าและท่านทั้งหลายจะได้หนุนใจซึ่งกันและกัน โดยความเชื่อของเราทั้งสองฝ่าย
13 พี่น้องทั้งหลาย บัดนี้ข้าพเจ้าอยากให้ท่านทั้งหลายทราบว่า ข้าพเจ้าได้ตั้งใจไว้หลายครั้งแล้วว่าจะมาหาท่าน เพื่อข้าพเจ้าจะได้เก็บเกี่ยวผลในหมู่พวกท่านด้วย เช่นเดียวกับในหมู่ชนชาติอื่นๆ (แต่จนบัดนี้ก็ยังมีเหตุขัดข้องอยู่)
14 ข้าพเจ้าเป็นหนี้ทั้งพวกกรีกและพวกชาวป่าด้วย เป็นหนี้ทั้งพวกนักปราชญ์และคนเขลาด้วย
15 ฉะนั้นข้าพเจ้าก็เต็มใจพร้อมที่จะประกาศข่าวประเสริฐแก่ท่านทั้งหลายที่อยู่ในกรุงโรมด้วย
16 ด้วยว่าข้าพเจ้าไม่มีความละอายในเรื่องข่าวประเสริฐของพระคริสต์ เพราะว่าข่าวประเสริฐนั้นเป็นฤทธิ์เดชของพระเจ้า เพื่อให้ทุกคนที่เชื่อได้รับความรอด พวกยิวก่อน และพวกกรีกด้วย
17 เพราะว่าในข่าวประเสริฐนั้นความชอบธรรมของพระเจ้าก็ได้แสดงออก โดยเริ่มต้นก็ความเชื่อ สุดท้ายก็ความเชื่อ ตามที่มีเขียนไว้แล้วว่า ‘คนชอบธรรมจะมีชีวิตดำรงอยู่โดยความเชื่อ’
---
ขอพระเจ้าอวยพรในการอ่านและการใคร่ครวญพระวจนะของพระองค์ครับ
ขอรับใช้ด้วยความยินดีครับ ขอแบ่งเป็นสองส่วนดังนี้:
📖 อรรถกถา โรม 1:8-17 (อธิบายตามตัวบทและบริบท)
1. ข้อ 8-10 : การขอบพระคุณและการอธิษฐานไม่ว่างเว้น
เปาโลเริ่มด้วยการขอบพระคุณพระเจ้าเพราะ “ความเชื่อของท่านทั้งหลายเลื่องลือไปทั่วโลก” คริสตจักรในกรุงโรม (ซึ่งเปาโลยังไม่เคยไปเยือน) มีชื่อเสียงด้านความเชื่อแม้อยู่ใจกลางอาณาจักรโรมัน คำว่า “ทั่วโลก” ในที่นี้หมายถึงทั่วทั้งจักรวรรดิโรมัน เปาโลใช้คำว่า “รับใช้ด้วยชีวิตจิตใจ” (ข้อ 9) แสดงถึงการปรนนิบัติด้วยสุดจิตวิญญาณของเขา และเขา “เอ่ยถึงท่านทั้งหลายเสมอไม่ว่างเว้น” แสดงถึงความรักและภาระอันแรงกล้าที่มีต่อพี่น้องที่เขาไม่เคยเห็นหน้า
2. ข้อ 11-13 : ความปรารถนาที่จะไปเยี่ยมเพื่อหนุนใจกัน
เปาโลต้องการไปให้ “ของประทานฝ่ายจิตวิญญาณ” มิใช่ของประทานเหนือธรรมชาติแบบพิเศษ แต่หมายถึงคำสอน การหนุนใจ และการเสริมสร้างในความเชื่อ เขาย้ำว่าการรับใช้ของอัครทูตไม่ใช่ทางเดียว แต่เป็น “หนุนใจซึ่งกันและกัน” (ข้อ 12) – แม้เปาโลจะเป็นผู้รับใช้ใหญ่ ท่านก็ยังถ่อมใจว่าพี่น้องก็หนุนใจท่านได้เช่นกัน คำว่า “เก็บเกี่ยวผล” (ข้อ 13) หมายถึงการเห็นคนบาปกลับใจใหม่และเติบโตในความเชื่อ อุปสรรคที่ขัดข้องอาจหมายถึงการถูกขัดขวางโดยซาตานหรือพันธกิจที่อื่น
3. ข้อ 14-15 : “เป็นหนี้” ข่าวประเสริฐ
เปาโลประกาศว่า “ข้าพเจ้าเป็นหนี้” ทุกคน – ทั้ง “กรีก” (ผู้มีวัฒนธรรม) และ “ชาวป่า” (คนต่างชาติที่ถูกมองว่าด้อยวัฒนธรรม) ทั้งนักปราชญ์และคนเขลา นี่คือจิตสำนึกของผู้ได้รับความรอดแล้ว: ไม่ใช่ได้รับข่าวประเสริฐมาเพื่อตัวคนเดียว แต่เป็นหนี้ที่จะประกาศให้ทุกคน
4. ข้อ 16 : ไม่ละอายเพราะฤทธิ์เดชของพระเจ้า
หัวใจของพระธรรมโรม: “ข้าพเจ้าไม่มีความละอายในเรื่องข่าวประเสริฐ” ในสังคมโรมัน การนับถือพระเยซูที่ถูกตรึงกางเขนเป็นสิ่งน่าอับอาย แต่เปาโลประกาศว่าข่าวประเสริฐคือ “ฤทธิ์เดชของพระเจ้าเพื่อให้ทุกคนที่เชื่อได้รับความรอด” เรียงลำดับ “พวกยิวก่อน และพวกกรีกด้วย” แสดงว่าพระเจ้าทรงรักษาสัญญากับอิสราเอลก่อน แล้วจึงขยายไปถึงคนต่างชาติ
5. ข้อ 17 : ความชอบธรรมโดยความเชื่อ – ใจความสำคัญที่สุด
“ความชอบธรรมของพระเจ้า” ในที่นี้ไม่ใช่คุณลักษณะของพระเจ้า แต่เป็นสถานะที่พระเจ้าประทานให้แก่ผู้เชื่อโดยพระคุณ คือการที่พระเจ้าทรง “ทำให้คนบาปเป็นผู้ชอบธรรม” ผ่านความเชื่อในพระคริสต์ “โดยเริ่มต้นก็ความเชื่อ สุดท้ายก็ความเชื่อ” (ek pisteōs eis pistin) – จากความเชื่อสู่ความเชื่อ หมายถึงทั้งเริ่มต้นด้วยความเชื่อ และดำเนินชีวิตต่อไปด้วยความเชื่อ หรือหมายถึงความเชื่อของพระเจ้าที่สำแดงผ่านความเชื่อของมนุษย์ หรือจากความเชื่อของผู้เผยพระวจนะในอดีตสู่ความเชื่อของผู้เชื่อปัจจุบัน เปาโลสรุปด้วยคำคมจาก ฮาบากุก 2:4 (ตามฉบับเซปตัวจินต์) ว่า “คนชอบธรรมจะมีชีวิตดำรงอยู่โดยความเชื่อ” – ความเชื่อไม่ใช่แค่หลักเริ่มต้น แต่เป็นวิถีชีวิตทั้งมวล
---
🙏 ท่านศาสนาจารย์ (มุมมองเทศนาและข้อปฏิบัติ)
เรียนท่านพี่น้องที่รัก
วันนี้เราเห็นหัวใจของอัครทูตเปาโล ท่านรักคนที่ไม่เคยเห็นหน้า ท่านอธิษฐานเผื่อเขาไม่ว่างเว้น ท่านมีความปรารถนาที่จะไปเยี่ยมเพื่อหนุนใจเขา นี่คือแบบอย่างของผู้รับใช้ที่แท้จริง – ไม่ใช่เพื่อชื่อเสียง แต่เพื่อเสริมกำลังพี่น้อง
และท่านประกาศว่า “ข้าพเจ้าเป็นหนี้” ท่านศาสนาจารย์ขอถามว่า: เราเคยรู้สึกเป็นหนี้ข่าวประเสริฐบ้างไหม? เรารู้สึกอับอายไหมเมื่อพูดถึงพระเยซูในที่ทำงาน ในโรงเรียน กับเพื่อนบ้าน? เปาโลบอกว่า “ข้าพเจ้าไม่มีความละอาย” – เพราะข่าวประเสริฐคือฤทธิ์เดชของพระเจ้า! ฤทธิ์เดชช่วยคนบาปให้รอดได้ ไม่ใช่แค่ทำให้ชีวิตดีขึ้น แต่ช่วยให้รอดจากนรกและบาป
พี่น้องครับ หลายคนคิดว่าความเชื่อเป็นแค่ปฐมบท แล้วต่อไปต้องอาศัยการประพฤติหรือกฎบัญญัติ แต่พระคัมภีร์ยืนยันว่า “คนชอบธรรมจะมีชีวิตดำรงอยู่โดยความเชื่อ” – เริ่มด้วยความเชื่อ ดำเนินด้วยความเชื่อ สิ้นสุดด้วยความเชื่อ ไม่ใช่โดยการกระทำดีเพื่อให้รอด แต่โดยความเชื่อเราจึงรอด แล้วความเชื่อนั้นจะผลิตการกระทำดีออกมา
วันนี้ท่านกำลังวางใจในอะไร? วางใจในความดีของตนเอง? วางใจในพิธีกรรม? วางใจในบัพติศมา? จงหันมาวางใจในพระเยซูคริสต์ผู้เดียว! เพราะความชอบธรรมที่พระเจ้าทรงยอมรับนั้นมาโดยความเชื่อเท่านั้น
ขอให้เราเป็นคริสตจักรที่ชื่อเสียงเรื่องความเชื่อเลื่องลือ เหมือนคริสตจักรในโรม และขอให้เรามีใจของเปาโลที่ว่า “ข้าพเจ้าเต็มใจพร้อมที่จะประกาศข่าวประเสริฐ” อย่าละอาย อย่ากลัว เพราะฤทธิ์เดชของพระเจ้าอยู่กับเรา
อาเมน
---
หากท่านต้องการให้ขยายความเฉพาะข้อใด หรือเพิ่มคำเทศนาในลักษณะอื่น (เช่น เชิงปฏิบัต, เชิงหลักคำสอน) โปรดบอกได้ครับ
