• :

 

จากความตายไปสู่ชีวิต

images

เอเฟซัส 2:1-10 ฉบับมาตรฐานไทย (THSV11)

 

1 ท่านทั้งหลายตายโดยการละเมิดและการบาปของท่าน

2 เมื่อก่อนพวกท่านเคยดำเนินชีวิตในการบาปนั้นตามวิถีของโลกนี้ ตามผู้ครอบครองที่มีอำนาจในฟ้าอากาศ คือวิญญาณที่ทำกิจอยู่ในพวกคนที่ไม่เชื่อฟังในเวลานี้

3 เมื่อก่อนเราทุกคนเคยประพฤติเหมือนพวกเขาตามตัณหาของเนื้อหนัง คือทำตามความต้องการของเนื้อหนังและของความคิด โดยวิสัยแล้วเราจึงเป็นคนที่สมควรได้รับการลงโทษเหมือนอย่างคนอื่นๆ

4 แต่พระเจ้าทรงเปี่ยมด้วยพระเมตตา พระองค์ทรงรักเราโดยความรักอันใหญ่หลวงของพระองค์

5 ถึงแม้ว่าเราเป็นคนตายเนื่องจากการละเมิด พระองค์ยังทรงทำให้มีชีวิตอยู่ร่วมกับพระคริสต์ (พวกท่านได้รับความรอดแล้วด้วยพระคุณ)

6 และพระองค์ทรงทำให้เราเป็นขึ้นมาด้วยกันกับพระคริสต์ และทรงให้เรานั่งด้วยกันกับพระองค์ในสวรรคสถานในพระเยซูคริสต์

7 เพื่อว่าในยุคต่อๆ ไป พระองค์จะทรงสำแดงพระคุณอันอุดมเหลือล้นของพระองค์ ด้วยพระกรุณาที่มีต่อเราในพระเยซูคริสต์

8 เพราะว่าท่านทั้งหลายได้รับความรอดแล้วด้วยพระคุณโดยทางความเชื่อ ความรอดนี้ไม่ใช่มาจากตัวท่าน แต่เป็นของประทานจากพระเจ้า

9 ไม่ใช่มาจากการกระทำ เพื่อไม่ให้ใครอวดได้

10 เพราะว่าเราเป็นฝีพระหัตถ์ของพระองค์ที่ทรงสร้างขึ้นในพระเยซูคริสต์เพื่อให้ทำการดี ซึ่งเป็นสิ่งที่พระเจ้าทรงจัดเตรียมไว้ก่อนแล้วเพื่อให้เราดำเนินตาม

แน่นอนครับ ขออรรถาธิบาย เอเฟซัส 2:1-10 ตามนี้ครับ

บริบททั่วไป

อัครทูตเปาโลเขียนจดหมายถึงคริสตจักรในเมืองเอเฟซัส ช่วงต้นบทที่ 2 ท่านสรุปสภาพของมนุษย์ก่อนและหลังได้รับความรอด โดยเน้นว่าความรอดเป็นของประทานจากพระเจ้า มิใช่มาจากการกระทำของมนุษย์

ข้อ 1-3: สภาพเดิมที่ตายในบาป

“ท่านทั้งหลายที่ตายแล้วเพราะการละเมิดและบาปของท่าน…”

· “ตายแล้ว” หมายถึงการตายฝ่ายวิญญาณ คือแยกจากพระเจ้า ไม่มีชีวิตฝ่ายวิญญาณ แม้ร่างกายยังมีชีวิตอยู่

· สาเหตุคือ “การละเมิดและบาป” คือการก้าวข้ามขอบเขตของพระเจ้า และการพลาดเป้าหมายแห่งพระสิริของพระองค์

“…ซึ่งในอดีตท่านดำเนินตามวิถีของโลกนี้ ตามผู้ที่มีอำนาจในเวหาที่ครอบงำอยู่…”

· “วิถีของโลก” คือระบบค่านิยมที่ต่อต้านพระเจ้า

· “ผู้ที่มีอำนาจในเวหา” หมายถึงซาตาน (มาร) ที่ครอบงำคนที่ไม่เชื่อ

“…และเราเองทุกคนก็เคยประพฤติตามกิเลสตัณหาของเนื้อหนัง…”

· เปาโลรวมตัวเองด้วย (“เราเองทุกคน”) แสดงว่าทั้งชาวยิวและต่างชาติเคยตกอยู่ในสภาพเดียวกัน

· “เนื้อหนัง” ไม่ใช่ร่างกาย แต่หมายถึงธรรมชาติที่บาปและเห็นแก่ตัว

“…โดยธรรมชาติแล้วเราเป็นบุตรแห่งพระพิโรธเหมือนคนอื่นๆ”

· “พระพิโรธ” คือความยุติธรรมอันบริสุทธิ์ของพระเจ้าที่ต้องลงโทษบาป

· มนุษย์ทุกคนโดยกำเนิด (ธรรมชาติที่ตกสู่บาป) จึงสมควรได้รับการพิพากษา

ข้อ 4-7: พระเจ้าทรงให้มีชีวิตใหม่โดยพระคุณ

“แต่พระเจ้าทรงอุดมด้วยพระเมตตา ด้วยความรักอันยิ่งใหญ่ที่พระองค์ทรงรักเรา…”

· “แต่” เป็นจุดเปลี่ยนที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในพระคัมภีร์ แม้มนุษย์ไม่คู่ควร แต่พระเจ้าก็ยังทรงรัก

· “พระเมตตา” คือความสงสารผู้ที่ทุกข์ยาก (คือเราที่ตายในบาป)

“…แม้ว่าเราตายเพราะการละเมิดก็ตาม พระองค์ทรงทำให้เรามีชีวิตอยู่ร่วมกับพระคริสต์…”

· การกลับมามีชีวิตฝ่ายวิญญาณเป็นการร่วมกับพระคริสต์ในการฟื้นคืนพระชนม์ (เทียบกับ โรม 6:4-5)

“…โดยพระคุณท่านทั้งหลายได้รับความรอดแล้ว”

· “พระคุณ” คือพระเมตตาที่ไม่สมควรได้รับ เป็นของประทานฟรีๆ

· “ได้รับความรอดแล้ว” ใช้รูปอดีตสมบูรณ์ (perfect tense) แสดงว่าความรอดเป็นความจริงที่มั่นคงแล้วเมื่อเราเชื่อ

“…และพระองค์ทรงให้เราฟื้นคืนชีวิต และทรงให้เรานั่งร่วมในสวรรค์ในพระเยซูคริสต์”

· นี่คือการที่ผู้เชื่อได้รับการ “นั่งร่วมกับพระคริสต์” ในปัจจุบันทางฝ่ายวิญญาณ (แม้กายยังอยู่บนโลก) หมายถึงเรามีส่วนในชัยชนะและสิทธิอำนาจของพระองค์แล้ว

“…เพื่อจะทรงสำแดงในยุคที่จะมาถึงถึงพระคุณอันเลิศล้ำของพระองค์…”

· จุดประสงค์สูงสุดคือเพื่อถวายพระเกียรติแด่พระเจ้า แสดงให้เห็นความร่ำรวยแห่งพระคุณของพระองค์ตลอดนิรันดร์

ข้อ 8-10: ความรอดโดยความเชื่อ มิใช่โดยการกระทำ

“เพราะว่าโดยพระคุณท่านทั้งหลายได้รับความรอดผ่านทางความเชื่อ…”

· “โดยพระคุณ” เป็นเหตุ – ฝ่ายพระเจ้าให้

· “ผ่านทางความเชื่อ” เป็นเครื่องมือ – ฝ่ายมนุษย์ตอบรับ ไม่ใช่การกระทำดีใดๆ

“…และมิใช่เกิดจากตัวท่านเอง แต่เป็นของประทานจากพระเจ้า…”

· ความรอด มิใช่ “การกระทำ” ของมนุษย์เลย แม้แต่ความเชื่อก็เป็นของประทานที่พระเจ้าประทานให้ (ฟีลิปปี 1:29) หรืออย่างน้อยความเชื่อเป็นเครื่องมือที่พระเจ้าทำให้เกิดขึ้นเมื่อพระองค์ทรงเรียกเรา

“…มิใช่เกิดจากการกระทำ เพื่อไม่ให้ผู้ใดอวดได้”

· ถ้าความรอดเกิดจากการกระทำดีของมนุษย์ มนุษย์ก็จะอวดตัวได้ แต่ที่นี่พระเจ้าให้หมด เพื่อพระสิริเป็นของพระองค์แต่ผู้เดียว

“…เพราะว่าท่านเป็นฝีพระหัตถ์ของพระองค์…”

· “ฝีพระหัตถ์” (poiēma) รากเดียวกับคำว่า “กวี” หรือ “สิ่งที่ถูกสร้างขึ้น” คริสเตียนคืองานศิลปะชิ้นเอกที่พระเจ้าทรงสร้างใหม่ในพระคริสต์

“…ถูกทรงสร้างในพระเยซูคริสต์ให้กระทำการดี…”

· การกระทำดีไม่ใช่ สาเหตุ ของความรอด แต่เป็น ผลลัพธ์ ที่พระเจ้าทรงเตรียมไว้ให้เราดำเนินตาม

· เหมือนช่างฝีมือสร้างงานไว้สำหรับจุดประสงค์บางอย่าง พระเจ้าทรงออกแบบชีวิตเราให้ทำดีเพื่อถวายเกียรติแด่พระองค์

สรุปสาระสำคัญ

1. ก่อนเชื่อ – มนุษย์ตายฝ่ายวิญญาณ อยู่ใต้อำนาจบาปและซาตาน เป็นบุตรแห่งพระพิโรธ

2. พระเจ้าทรงริเริ่ม – ด้วยพระเมตตาและความรักอันยิ่งใหญ่ ทำให้เรามีชีวิตร่วมกับพระคริสต์

3. วิธีรับความรอด – โดยพระคุณผ่านทางความเชื่อเท่านั้น ไม่ใช่จากการกระทำดี

4. ผลลัพธ์ของความรอด – เราเป็นฝีพระหัตถ์ของพระเจ้า ถูกสร้างใหม่เพื่อทำการดีที่พระองค์ทรงเตรียมไว้

 

การอรรถาธิบายนี้เน้นให้เห็นว่า ความรอดเป็นของประทานฟรีทั้งหมด และชีวิตคริสเตียนที่แท้จริงจะต้องดำเนินในการดีที่พระเจ้าต้องการ ไม่ใช่เพื่อให้รอด แต่เพราะรอดแล้วครับ