พระธรรมมัทธิวบทที่ 28:16-20
พระเยซูทรงรับสั่งแก่อัครทูตสิบเอ็ดคน

16แต่สาวก 11 คนนั้นก็ได้ไปยังกาลิลีถึงภูเขาที่พระเยซูทรงได้กำหนดไว้ 17และเมื่อเห็นพระองค์จึงกราบลงนมัสการแต่บางคนยังสงสัยอยู่ 18 พระเยซูจึงเสด็จเข้ามาใกล้แล้วตรัสกับเขาว่า"ฤทธานุภาพทั้งสิ้นในสวรรค์ก็ดีในแผ่นดินโลกก็ดีส่งมอบไว้แก่เราแล้ว" 19เหตุฉะนั้นท่านทั้งหลายจงออกไปสั่งสอนชนทุกชาติให้เป็นสาวกของเราให้รับบัพติศมาในพระนามแห่งพระบิดาพระบุตรและพระวิญญาณบริสุทธิ์ 20สอนให้เขาถือรักษาสิ่งสารพัดซึ่งเราได้สั่งพวกเจ้าไว้ นี่แหละเราจะอยู่กับเจ้าทั้งหลายเสมอไปจนกว่าจะสิ้นยุค"
ความเชื่อในการประกาศข่าวประเสริฐในศาสนาคริสต์คือความเชื่อที่ว่าพระเยซูคริสต์ทรงสิ้นพระชนม์เพื่อไถ่บาปและคืนพระชนม์แล้ว ผู้เชื่อจึงมีหน้าที่นำข่าวดีนี้ไปบอกต่อแก่ผู้อื่น เพื่อให้ทุกคนได้รับความรอด ความเชื่อนี้มีรากฐานจากพระคัมภีร์ เช่น พระมหาบัญชาในมัทธิว 28:19-20 ที่ให้ไปสร้างสาวก และโรม 10:14 ที่กล่าวว่าผู้ที่ยังไม่ได้ยินข่าวก็ไม่สามารถเชื่อได้ การประกาศจึงไม่ใช่ทางเลือก แต่เป็นพันธกิจของคริสเตียนทุกคน โดยอาศัยฤทธิ์เดชของพระวิญญาณบริสุทธิ์และดำเนินชีวิตเป็นพยาน
“ความเชื่อในข่าวประเสริฐ” หมายถึงการยอมรับและวางใจในเนื้อหาสำคัญของข่าวดีที่พระเยซูคริสต์ทรงนำมา โดยหัวใจของข่าวประเสริฐคือ:
1. พระเยซูทรงเป็นพระบุตรของพระเจ้า มาบังเกิดเป็นมนุษย์
2. ทรงสิ้นพระชนม์บนไม้กางเขน เพื่อรับโทษแทนบาปของมนุษย์ทุกคน
3. ทรงคืนพระชนม์ในวันที่สาม ชนะความตายและอำนาจของบาป
4. ประทานชีวิตนิรันดร์และการคืนดีกับพระเจ้า แก่ทุกคนที่เชื่อ
ดังนั้น “ความเชื่อในข่าวประเสริฐ” จึงไม่ใช่แค่การรู้ข้อเท็จจริงทางประวัติศาสตร์ แต่หมายถึงการ วางใจส่วนตัว ว่าความตายและการคืนพระชนม์ของพระเยซูนั้นเพียงพอที่จะช่วยให้รอดพ้นจากบาปและการพิพากษา คริสเตียนเชื่อว่า ความรอดเกิดโดยพระคุณผ่านทางความเชื่อ (เอเฟซัส 2:8-9) ไม่ใช่จากการทำดี แต่การทำดีเป็นผลตามมาจากความเชื่อที่แท้จริง
พระคัมภีร์ระบุว่า “ถ้าคุณจะยอมรับด้วยปากว่าพระเยซูเป็นองค์พระผู้เป็นเจ้า และเชื่อในใจว่าพระเจ้าทรงชุบพระองค์ให้คืนพระชนม์จากความตาย คุณก็จะรอด” (โรม 10:9) และ “พระเจ้าทรงรักโลกจนได้ประทานพระบุตรองค์เดียวของพระองค์ เพื่อทุกคนที่วางใจในพระบุตรนั้นจะไม่พินาศ แต่มีชีวิตนิรันดร์” (ยอห์น 3:16)
สรุป: ความเชื่อในข่าวประเสริฐ = การเชื่อและมอบชีวิตให้พระเยซูคริสต์ในฐานะพระเจ้าและพระผู้ช่วยให้รอดเพียงผู้เดียว