1. You are here:  

ข่าวประเสริฐและพระกิตติคุณของพระเยซูคริสต์

พระมหาบัญชาและความเชื่อในข่าวประเสริฐ

Details
Written by: Chatrapong meesa
Category: พระคริสต์ธรรมคัมภีร์
Published: 27 April 2026
Hits: 6
  • ความเชื่อในข่าวประเสริฐ:

 

พระธรรมมัทธิวบทที่ 28:16-20

พระเยซูทรงรับสั่งแก่อัครทูตสิบเอ็ดคน

a

16แต่สาวก 11 คนนั้นก็ได้ไปยังกาลิลีถึงภูเขาที่พระเยซูทรงได้กำหนดไว้ 17และเมื่อเห็นพระองค์จึงกราบลงนมัสการแต่บางคนยังสงสัยอยู่ 18 พระเยซูจึงเสด็จเข้ามาใกล้แล้วตรัสกับเขาว่า"ฤทธานุภาพทั้งสิ้นในสวรรค์ก็ดีในแผ่นดินโลกก็ดีส่งมอบไว้แก่เราแล้ว" 19เหตุฉะนั้นท่านทั้งหลายจงออกไปสั่งสอนชนทุกชาติให้เป็นสาวกของเราให้รับบัพติศมาในพระนามแห่งพระบิดาพระบุตรและพระวิญญาณบริสุทธิ์ 20สอนให้เขาถือรักษาสิ่งสารพัดซึ่งเราได้สั่งพวกเจ้าไว้ นี่แหละเราจะอยู่กับเจ้าทั้งหลายเสมอไปจนกว่าจะสิ้นยุค"

ความเชื่อในการประกาศข่าวประเสริฐในศาสนาคริสต์คือความเชื่อที่ว่าพระเยซูคริสต์ทรงสิ้นพระชนม์เพื่อไถ่บาปและคืนพระชนม์แล้ว ผู้เชื่อจึงมีหน้าที่นำข่าวดีนี้ไปบอกต่อแก่ผู้อื่น เพื่อให้ทุกคนได้รับความรอด ความเชื่อนี้มีรากฐานจากพระคัมภีร์ เช่น พระมหาบัญชาในมัทธิว 28:19-20 ที่ให้ไปสร้างสาวก และโรม 10:14 ที่กล่าวว่าผู้ที่ยังไม่ได้ยินข่าวก็ไม่สามารถเชื่อได้ การประกาศจึงไม่ใช่ทางเลือก แต่เป็นพันธกิจของคริสเตียนทุกคน โดยอาศัยฤทธิ์เดชของพระวิญญาณบริสุทธิ์และดำเนินชีวิตเป็นพยาน

“ความเชื่อในข่าวประเสริฐ” หมายถึงการยอมรับและวางใจในเนื้อหาสำคัญของข่าวดีที่พระเยซูคริสต์ทรงนำมา โดยหัวใจของข่าวประเสริฐคือ:

 

1. พระเยซูทรงเป็นพระบุตรของพระเจ้า มาบังเกิดเป็นมนุษย์

2. ทรงสิ้นพระชนม์บนไม้กางเขน เพื่อรับโทษแทนบาปของมนุษย์ทุกคน

3. ทรงคืนพระชนม์ในวันที่สาม ชนะความตายและอำนาจของบาป

4. ประทานชีวิตนิรันดร์และการคืนดีกับพระเจ้า แก่ทุกคนที่เชื่อ

 

ดังนั้น “ความเชื่อในข่าวประเสริฐ” จึงไม่ใช่แค่การรู้ข้อเท็จจริงทางประวัติศาสตร์ แต่หมายถึงการ วางใจส่วนตัว ว่าความตายและการคืนพระชนม์ของพระเยซูนั้นเพียงพอที่จะช่วยให้รอดพ้นจากบาปและการพิพากษา คริสเตียนเชื่อว่า ความรอดเกิดโดยพระคุณผ่านทางความเชื่อ (เอเฟซัส 2:8-9) ไม่ใช่จากการทำดี แต่การทำดีเป็นผลตามมาจากความเชื่อที่แท้จริง

 

พระคัมภีร์ระบุว่า “ถ้าคุณจะยอมรับด้วยปากว่าพระเยซูเป็นองค์พระผู้เป็นเจ้า และเชื่อในใจว่าพระเจ้าทรงชุบพระองค์ให้คืนพระชนม์จากความตาย คุณก็จะรอด” (โรม 10:9) และ “พระเจ้าทรงรักโลกจนได้ประทานพระบุตรองค์เดียวของพระองค์ เพื่อทุกคนที่วางใจในพระบุตรนั้นจะไม่พินาศ แต่มีชีวิตนิรันดร์” (ยอห์น 3:16)

 

สรุป: ความเชื่อในข่าวประเสริฐ = การเชื่อและมอบชีวิตให้พระเยซูคริสต์ในฐานะพระเจ้าและพระผู้ช่วยให้รอดเพียงผู้เดียว

 

จงฟังคำแนะนำและรับคำเตือนสติที่ขัดใจเพื่อจะได้ปัญญาสำหรับอนาคต

Details
Written by: Chatrapong meesa
Category: พระคริสต์ธรรมคัมภีร์
Published: 27 April 2026
Hits: 6
  • พระธรรมสุภาษิต19:20-21:

 

พระธรรมสุภาษิต19:20-21

teaching

20 จงฟังคำแนะนำและรับคำเตือนสติเพื่อชาติจะได้ปัญญาสำหรับอนาคต 21 ในใจของมนุษย์มีแผนงานเป็นอันมากแต่พระประสงค์ของพระเจ้านั่นแหละจะดำรงอยู่ได้

การอรรถาธิบาย

 ข้อ 20: “จงฟังคำแนะนำ และรับคำสั่งสอน เพื่อเจ้าจะได้เป็นคนมีปัญญาในบั้นปลายของเจ้า”

· การฟังและรับ หมายถึงท่าทีที่ถ่อมใจ ไม่แข็งข้อหรือดื้อรั้นต่อคำตักเตือน แม้บางครั้งคำแนะนำนั้นอาจเจ็บปวดหรือขัดกับความต้องการของตน

· คำแนะนำ ( counsel) และ คำสั่งสอน (instruction) ในภาษาฮีบรู มีความแตกต่างกันเล็กน้อย( nuance) : คำแนะนำมักมาในรูปแบบการชี้ทางจากผู้มีประสบการณ์ ส่วนคำสั่งสอนรวมถึงการฝึกวินัยหรือการแก้ไข

· ปัญญาในบั้นปลาย ไม่ใช่แค่ความรู้ แต่เป็นความสามารถในการดำเนินชีวิตที่ถูกต้องและราบรื่นเมื่อผ่านการลองผิดลองถูกภายใต้การชี้นำของพระเจ้าและคนรอบข้าง ปัญญาจะปรากฏชัดเมื่อเราอายุมากขึ้น หรือเมื่อผ่านพ้นวิกฤติไปได้เพราะได้ฟังก่อนหน้า

· หลักปฏิบัติ: อย่าดูถูกคำเตือนของพ่อแม่ ครูบาอาจารย์ หรือเพื่อนที่หวังดี จงเปิดใจทบทวนก่อนตัดสินใจ เพราะผลดีจะเกิดขึ้นในระยะยาว

ข้อ 21: “ในใจของมนุษย์มีแผนงานเป็นอันมาก แต่คำปรึกษาของพระเยโฮวาห์นั้นแหละ จะดำรงอยู่ได้”

· “แผนงานเป็นอันมาก” มนุษย์เป็นนักวางแผนโดยธรรมชาติ – เราคิดหลายทาง หลายเป้าหมาย บางข้อขัดแย้งกันเอง และหลายแผนล้มเหลวเพราะอยู่บนพื้นฐานของอัตตา หรือความไม่รู้เหตุการณ์ข้างหน้า

· คำปรึกษาของพระเยโฮวาห์ (the counsel of the LORD) หมายถึงพระดำริ แผนการ หรือพระประสงค์ของพระเจ้า ซึ่งเปรียบเสมือนเส้นด้ายที่ถักทอประวัติศาสตร์และชีวิตแต่ละคนให้บรรลุเป้าหมายสูงสุดของพระองค์ (ดู เอเฟซัส 1:11)

· จะดำรงอยู่ได้ (shall stand) – ในภาษาฮีบรูคำว่า “qum” แปลว่า ลุกขึ้น, ตั้งมั่น, ไม่ถูกโค่นล้ม แม้มนุษย์จะวางแผนสวนทางหรือพยายามขัดขวาง แต่แผนการของพระเจ้าย่อมสัมฤทธิ์ผลเสมอ (โยบ 42:2; อิสยาห์ 46:10)

· การประยุกต์ใช้:

  1. ถ่อมใจในการวางแผน – เราควรวางแผนอย่างรอบคอบ (ข้อ 20) แต่ยอมให้พระเจ้าเป็นผู้กำหนดผลลัพธ์ (ยกตัวอย่าง ยากอบ 4:13-15)

  2. วางใจเมื่อแผนพัง – เมื่อแผนของเราไม่เป็นดังหวัง ไม่ใช่ความล้มเหลวเสมอไป แต่พระเจ้าอาจกำลังทรงนำไปสู่แผนการที่ดีกว่า หรือป้องกันเราจากหายนะที่เรามองไม่เห็น

  3. สันติสุข – เพราะรู้ว่าท้ายที่สุดสิ่งที่พระเจ้าตรัสไว้จะตั้งมั่น เราจึงไม่ต้องร้อนรนหรือหักโหมจนเกินเหตุ

สรุปเชื่อมสองข้อ:

ข้อ 20 เรียกร้องให้มนุษย์แสวงหาปัญญาโดยการฟังคำแนะนำจากภายนอกและจากพระเจ้า ส่วนข้อ 21 เตือนว่าแม้มนุษย์จะฉลาดแค่ไหน แผนของเราอาจเปลี่ยนแปลงหรือล้มเหลว แต่แผนการของพระเจ้าสูงสุดและแน่นอน ดังนั้นจงทำหน้าที่ของเราคือ “ฟัง รับ วางแผนอย่างมีปัญญา” และฝากผลลัพธ์ไว้กับพระองค์ – นั่นคือวิถีแห่งคนชอบธรรม

 คำว่า "คำแนะนำและคำสั่งสอน" แปลเป็นภาษาฮีบรูได้ดังนี้:

עֵצָה וְהוֹרָאָה(อ่านว่า Etsah ve-Hora'ah)

· עֵצָה (Etsah) = คำแนะนำ, คำปรึกษา

· הוֹרָאָה (Hora'ah) = คำสั่งสอน, การชี้แนะ

หากต้องการสื่อถึง "คำสั่งสอน" ในเชิงศีลธรรมหรือวินัย (discipline) อาจใช้ מוּסָר (Musar) แทน ก็จะเป็น עֵצָה וּמוּסָר (Etsah u-Musar).

 

พระธรรมสดุดี126และการฟื้นฟูครั้งใหม่

Details
Written by: Chatrapong meesa
Category: พระคริสต์ธรรมคัมภีร์
Published: 26 April 2026
Hits: 13
  • มัทธิว11:28-29-30
  • :

 

พระธรรมสดุดี126

พระธรรมสดุดี 126 เป็นหนึ่งในบทเพลงสดุดีที่สั้นแต่ทรงพลังมาก จัดอยู่ในกลุ่ม “เพลงสดุดีแห่งการขึ้นไป” (บทที่ 120–134) ที่ชาวอิสราเอลใช้ร้องระหว่างเดินทางขึ้นไปนมัสการพระเจ้ากรุงเยรูซาเล็ม

นี่คือเนื้อหาและคำอธิบายเพื่อให้เข้าใจลึกซึ้งยิ่งขึ้น:

พระคัมภีร์ (ฉบับมาตรฐาน)

1 เมื่อพระเจ้าทรงนำผู้ที่ถูกกวาดไปเป็นเชลยกลับคืนสู่ศิโยน
พวกเราก็เป็นเหมือนคนที่ฝัน
2 แล้วปากของเราก็เปี่ยมด้วยเสียงหัวเราะ
และลิ้นของเราก็เปี่ยมด้วยบทเพลงแห่งความยินดี
แล้วชนต่างชาติก็พูดกันว่า
“พระเจ้าได้ทรงกระทำกิจยิ่งใหญ่เพื่อพวกเขา”
3 พระเจ้าได้ทรงกระทำกิจยิ่งใหญ่เพื่อพวกเรา
เราก็ชื่นชมยินดี

4 ข้าแต่พระเจ้า ขอทรงนำผู้ที่ถูกกวาดไปเป็นเชลยกลับคืนมา
เหมือนกับลำธารในเนเกบ
5 ผู้ที่หว่านด้วยน้ำตา
จะเก็บเกี่ยวด้วยเสียงเพลงแห่งความยินดี
6 แม้ผู้ที่ออกไปร้องไห้ขณะหว่านเมล็ดพืช
แต่จะกลับมาด้วยเสียงเพลงแห่งความยินดี ขณะนำฟ่อนข้าวมา

บริบทและความหมาย

1. ช่วงเวลาของการหวนกลับ (ข้อ 1-3)

บทสดุดีนี้กล่าวถึงช่วงเวลาที่พระเจ้าทรงนำชนชาติอิสราเอลกลับจากการเป็นเชลยในบาบิโลน (ประมาณ 538 ปีก่อนคริสตกาล)

  • “เป็นเหมือนคนที่ฝัน” : ความสุขที่เกิดขึ้นยิ่งใหญ่เกินกว่าจะคาดคิด จนรู้สึกเหมือนอยู่ในความฝัน ความเจ็บปวดที่ยาวนานถูกเปลี่ยนเป็นความชื่นชมอย่างไม่คาดฝัน
    · “ชนต่างชาติก็พูดกันว่า” : การฟื้นฟูของประชากรของพระเจ้าเป็นพยานถึงฤทธานุภาพของพระองค์ต่อคนทั้งโลก

2. คำอธิษฐานเพื่อการฟื้นฟูที่สมบูรณ์ (ข้อ 4)

แม้จะกลับมาแล้ว แต่สถานการณ์ยังไม่สมบูรณ์เต็มที่ ผู้สดุดีจึงอธิษฐาน:

  • “เหมือนกับลำธารในเนเกบ” : เนเกบคือทะเลทรายทางตอนใต้ของอิสราเอล ที่มีลำธารซึ่งแห้งขอดในช่วงฤดูแล้ง แต่เมื่อฝนตกในฤดูหนาว น้ำจะไหลหลากอย่างรวดเร็วและทำให้เกิดชีวิตขึ้นมาใหม่
    · คำอธิษฐานนี้ หมายถึง ขอให้พระเจ้าทรงฟื้นฟูสิ่งที่ “แห้งแล้ง” ให้กลับมามีชีวิตชีวาอย่างรวดเร็วและอุดมสมบูรณ์

3. หลักการแห่งน้ำตาและการเก็บเกี่ยว (ข้อ 5-6)

นี่เป็นข้อพระคัมภีร์ที่เป็นที่รู้จักมากที่สุดของบทนี้ เป็นหลักการทางจิตวิญญาณที่อยู่นอกเหนือกาลเวลา:

  • “ผู้ที่หว่านด้วยน้ำตา” : การงานที่ทำท่ามกลางความยากลำบาก ความเจ็บปวด ความอดทน หรือการเสียสละ
    · “จะเก็บเกี่ยวด้วยเสียงเพลงแห่งความยินดี” : ผลลัพธ์ที่ได้จะไม่ใช่แค่ความสำเร็จธรรมดา แต่เป็นความยินดีที่ลึกซึ้งและมีชัยชนะ

ข้อคิด

1. ความทรงจำคือพลัง : การระลึกถึงความยิ่งใหญ่ที่พระองค์ทรงทำในอดีต (ข้อ 1-3) เป็นรากฐานของความหวังในปัจจุบัน เมื่อเรากำลังรอคอย “การฟื้นฟู” ครั้งใหม่
2. อย่ามองข้ามฤดูแห่งน้ำตา : ในชีวิตฝ่ายวิญญาณ บางครั้งเราอยู่ใน “ฤดูหว่าน” ที่ต้องเสียสละและเจ็บปวด บทสดุดีนี้รับรองว่า ฤดูนั้นไม่สูญเปล่า หากเราหว่านด้วยความเชื่อ น้ำตาเหล่านั้นจะกลายเป็นเมล็ดพันธุ์ที่งอกงาม
3. พยานแก่โลก : การที่ผู้คนรอบข้าง (ชนต่างชาติ) เห็นการเปลี่ยนแปลงในชีวิตของเราและยกย่องพระเจ้า ถือเป็นเป้าหมายสูงสุดของการฟื้นฟู

หากคุณกำลังอยู่ในช่วงเวลาที่รู้สึกเหนื่อยล้า คล้ายกับ “เนเกบที่แห้งผาก” หรือกำลัง “หว่านด้วยน้ำตา” บทสดุดีข้อ 5-6 คือพระสัญญาที่จะช่วยให้คุณมีกำลังใจที่จะก้าวต่อไป

โธมัสไม่เชื่อ

Details
Written by: Chatrapong meesa
Category: พระคริสต์ธรรมคัมภีร์
Published: 26 April 2026
Hits: 7
  • :

 

พระธรรมยอห์น20:24-31

St.-Thomas

 ครับ ขออรรถาธิบายเพิ่มเติมสำหรับ ยอห์น 20:24-31 เพื่อให้เห็นความหมายที่ลึกซึ้งยิ่งขึ้น

 

1. โธมัสผู้สงสัย (ข้อ 24-25)

 

โธมัสไม่ได้อยู่กับสาวกกลุ่มแรกที่เห็นพระเยซูหลังคืนพระชนม์ ชื่อ “ดิทิมัส” (Didymus) แปลว่า “ฝาแฝด” เขาไม่ได้สงสัยเพราะดื้อรั้น แต่เพราะความรักและความจริงใจ – เขาต้องการหลักฐานที่จับต้องได้ ไม่ใช่ข่าวลือ คำพูดที่ว่า “ถ้าไม่เห็น...เราไม่เชื่อ” แสดงถึงมาตรฐานเชิงประจักษ์ ซึ่งพระเยซูก็ทรงตอบสนองต่อความต้องการนั้นด้วยพระเมตตา

 

2. พระเยซูทรงยอมรับข้อจำกัดของมนุษย์ (ข้อ 26-27)

 

หลังจากแปดวัน พระเยซูเสด็จมาอีกครั้ง แม้ประตูจะปิดสนิท พระองค์ตรัสทักโธมัสโดยตรงโดยไม่ดุด่า ทรงเชื้อเชิญให้สัมผัสบาดแผล นี่แสดงว่าพระองค์ไม่ทรงตำหนิความสงสัยที่จริงใจ แต่ทรงใช้มันเป็นโอกาสเสริมสร้างความเชื่อให้เข้มแข็งขึ้น

 

3. คำประกาศสูงสุดของโธมัส (ข้อ 28)

 

“องค์พระผู้เป็นเจ้าของข้าพระองค์ และพระเจ้าของข้าพระองค์” (My Lord and my God) เป็นคำกล่าวที่ชัดเจนที่สุดในพระกิตติคุณที่ยอมรับว่าพระเยซูทรงเป็นทั้งเจ้านาย (Lord) และพระเจ้า (God) ในฉบับ KJV คำว่า “Lord” (Kyrios) และ “God” (Theos) ใช้กับพระเยซูโดยตรง ไม่มีข้อสงสัยว่าโธมัสเปลี่ยนจากผู้ไม่เชื่อมาเป็นผู้นมัสการพระเจ้าองค์จริง

 

4. บทเรียนเรื่อง “ความเชื่อโดยไม่เห็น” (ข้อ 29)

 

พระเยซูตรัสว่า “คนทั้งหลายที่ไม่ได้เห็นแต่ก็เชื่อก็เป็นสุข” นี่คือหัวใจของคริสเตียนทุกยุคทุกสมัย เราไม่ได้เห็นพระองค์ทางกาย แต่เราเชื่อโดยผ่านคำพยานของพระคัมภีร์และฤทธิ์เดชของพระวิญญาณบริสุทธิ์ ความสุข (blessedness) นี้เหนือกว่าประสบการณ์ทางประสาทสัมผัส

 

5. จุดประสงค์ของพระกิตติคุณยอห์น (ข้อ 30-31)

 

ยอห์นยอมรับว่ามีหมายสำคัญอื่นอีกมากที่พระเยซูทรงทำ แต่สิ่งที่เลือกมาเขียนนั้นมีเป้าหมายเดียว: เพื่อให้ผู้อ่านเชื่อว่าพระเยซูคือพระคริสต์ พระบุตรของพระเจ้า และเมื่อเชื่อแล้วจะมีชีวิตในพระนามของพระองค์ ดังนั้นข้อพระคัมภีร์ตอนนี้จึงเป็นเหมือน “คำประกาศพันธกิจ” ของหนังสือยอห์นทั้งเล่ม

 

สรุปสาระสำคัญ

 

· พระเจ้าทรงเห็นอกเห็นใจผู้ที่สงสัยอย่างจริงใจ และทรงจัดเตรียมหลักฐานพอเพียง

· ความเชื่อที่เกิดจากการเห็นเป็นเรื่องดี แต่ความเชื่อโดยไม่เห็นนั้นได้รับพระพรยิ่งใหญ่กว่า

· จุดสูงสุดของความเชื่อคือการนมัสการพระเยซูในฐานะองค์พระผู้เป็นเจ้าและพระเจ้า

· พระคัมภีร์มีไว้เพื่อสร้างความเชื่อที่นำไปสู่ชีวิตนิรันดร์

 

หากต้องการเจาะลึกในประเด็นใดเพิ่มเติม เช่น ความหมายของ “ชีวิตในพระนามของพระองค์” หรือเทววิทยาว่าด้วยบาดแผลหลังการคืนพระชนม์ บอกได้เลยครับ

Page 1 of 3

  • 1
  • 2
  • 3

Main Menu

  • ข่าวประเสริฐและพระกิตติคุณของพระเยซูคริสต์
  • About Us
  • รายชื่อหนังสือในพันธสัญญาเดิมภาษาสเปน
  • รายชื่อหนังสือในพระคัมภีร์พันธสัญญาใหม่ภาษาสเปน
  • รายชื่อหนังสือภาษาจีนในพันธสัญญาใหม่
  • ดาวน์โหลดหนังสือภาษาสเปนในพันธสัญญาเดิม
  • รายชื่อหนังสือภาษาจีนในพันธสัญญาเดิม
  • พระคริสต์ธรรมคัมภีร์ภาษาจีน
Copyright © 2026 raphaelbooks. com. All Rights Reserved.
Joomla! is Free Software released under the GNU General Public License.