ข่าวประเสริฐและพระกิตติคุณของพระเยซูคริสต์
- Details
- Written by: Chatrapong meesa
- Category: พระคริสต์ธรรมคัมภีร์
- Hits: 36
- ความเชื่อที่เลื่องลือไป:
พระธรรมโรม1:8-17

📖 อรรถกถา โรม 1:8-17 (อธิบายตามตัวบทและบริบท)
1. ข้อ 8-10 : การขอบพระคุณและการอธิษฐานไม่ว่างเว้น
เปาโลเริ่มด้วยการขอบพระคุณพระเจ้าเพราะ “ความเชื่อของท่านทั้งหลายเลื่องลือไปทั่วโลก” คริสตจักรในกรุงโรม (ซึ่งเปาโลยังไม่เคยไปเยือน) มีชื่อเสียงด้านความเชื่อแม้อยู่ใจกลางอาณาจักรโรมัน คำว่า “ทั่วโลก” ในที่นี้หมายถึงทั่วทั้งจักรวรรดิโรมัน เปาโลใช้คำว่า “รับใช้ด้วยชีวิตจิตใจ” (ข้อ 9) แสดงถึงการปรนนิบัติด้วยสุดจิตวิญญาณของเขา และเขา “เอ่ยถึงท่านทั้งหลายเสมอไม่ว่างเว้น” แสดงถึงความรักและภาระอันแรงกล้าที่มีต่อพี่น้องที่เขาไม่เคยเห็นหน้า
2. ข้อ 11-13 : ความปรารถนาที่จะไปเยี่ยมเพื่อหนุนใจกัน
เปาโลต้องการไปให้ “ของประทานฝ่ายจิตวิญญาณ” มิใช่ของประทานเหนือธรรมชาติแบบพิเศษ แต่หมายถึงคำสอน การหนุนใจ และการเสริมสร้างในความเชื่อ เขาย้ำว่าการรับใช้ของอัครทูตไม่ใช่ทางเดียว แต่เป็น “หนุนใจซึ่งกันและกัน” (ข้อ 12) – แม้เปาโลจะเป็นผู้รับใช้ใหญ่ ท่านก็ยังถ่อมใจว่าพี่น้องก็หนุนใจท่านได้เช่นกัน คำว่า “เก็บเกี่ยวผล” (ข้อ 13) หมายถึงการเห็นคนบาปกลับใจใหม่และเติบโตในความเชื่อ อุปสรรคที่ขัดข้องอาจหมายถึงการถูกขัดขวางโดยซาตานหรือพันธกิจที่อื่น
3. ข้อ 14-15 : “เป็นหนี้” ข่าวประเสริฐ
เปาโลประกาศว่า “ข้าพเจ้าเป็นหนี้” ทุกคน – ทั้ง “กรีก” (ผู้มีวัฒนธรรม) และ “ชาวป่า” (คนต่างชาติที่ถูกมองว่าด้อยวัฒนธรรม) ทั้งนักปราชญ์และคนเขลา นี่คือจิตสำนึกของผู้ได้รับความรอดแล้ว: ไม่ใช่ได้รับข่าวประเสริฐมาเพื่อตัวคนเดียว แต่เป็นหนี้ที่จะประกาศให้ทุกคน
4. ข้อ 16 : ไม่ละอายเพราะฤทธิ์เดชของพระเจ้า
หัวใจของพระธรรมโรม: “ข้าพเจ้าไม่มีความละอายในเรื่องข่าวประเสริฐ” ในสังคมโรมัน การนับถือพระเยซูที่ถูกตรึงกางเขนเป็นสิ่งน่าอับอาย แต่เปาโลประกาศว่าข่าวประเสริฐคือ “ฤทธิ์เดชของพระเจ้าเพื่อให้ทุกคนที่เชื่อได้รับความรอด” เรียงลำดับ “พวกยิวก่อน และพวกกรีกด้วย” แสดงว่าพระเจ้าทรงรักษาสัญญากับอิสราเอลก่อน แล้วจึงขยายไปถึงคนต่างชาติ
5. ข้อ 17 : ความชอบธรรมโดยความเชื่อ – ใจความสำคัญที่สุด
“ความชอบธรรมของพระเจ้า” ในที่นี้ไม่ใช่คุณลักษณะของพระเจ้า แต่เป็นสถานะที่พระเจ้าประทานให้แก่ผู้เชื่อโดยพระคุณ คือการที่พระเจ้าทรง “ทำให้คนบาปเป็นผู้ชอบธรรม” ผ่านความเชื่อในพระคริสต์ “โดยเริ่มต้นก็ความเชื่อ สุดท้ายก็ความเชื่อ” (ek pisteōs eis pistin) – จากความเชื่อสู่ความเชื่อ หมายถึงทั้งเริ่มต้นด้วยความเชื่อ และดำเนินชีวิตต่อไปด้วยความเชื่อ หรือหมายถึงความเชื่อของพระเจ้าที่สำแดงผ่านความเชื่อของมนุษย์ หรือจากความเชื่อของผู้เผยพระวจนะในอดีตสู่ความเชื่อของผู้เชื่อปัจจุบัน เปาโลสรุปด้วยคำคมจาก ฮาบากุก 2:4 (ตามฉบับเซปตัวจินต์) ว่า “คนชอบธรรมจะมีชีวิตดำรงอยู่โดยความเชื่อ” – ความเชื่อไม่ใช่แค่หลักเริ่มต้น แต่เป็นวิถีชีวิตทั้งม
🙏คำเทศนาของ ท่านศาสนาจารย์ พิเศษ (มุมมองเทศนาและข้อปฏิบัติ)
เรียนท่านพี่น้องที่รัก
วันนี้เราเห็นหัวใจของอัครทูตเปาโล ท่านรักคนที่ไม่เคยเห็นหน้า ท่านอธิษฐานเผื่อเขาไม่ว่างเว้น ท่านมีความปรารถนาที่จะไปเยี่ยมเพื่อหนุนใจเขา นี่คือแบบอย่างของผู้รับใช้ที่แท้จริง – ไม่ใช่เพื่อชื่อเสียง แต่เพื่อเสริมกำลังพี่น้อง
และท่านประกาศว่า “ข้าพเจ้าเป็นหนี้” ท่านศาสนาจารย์ขอถามว่า: เราเคยรู้สึกเป็นหนี้ข่าวประเสริฐบ้างไหม? เรารู้สึกอับอายไหมเมื่อพูดถึงพระเยซูในที่ทำงาน ในโรงเรียน กับเพื่อนบ้าน? เปาโลบอกว่า “ข้าพเจ้าไม่มีความละอาย” – เพราะข่าวประเสริฐคือฤทธิ์เดชของพระเจ้า! ฤทธิ์เดชช่วยคนบาปให้รอดได้ ไม่ใช่แค่ทำให้ชีวิตดีขึ้น แต่ช่วยให้รอดจากนรกและบาป
พี่น้องครับ หลายคนคิดว่าความเชื่อเป็นแค่ปฐมบท แล้วต่อไปต้องอาศัยการประพฤติหรือกฎบัญญัติ แต่พระคัมภีร์ยืนยันว่า “คนชอบธรรมจะมีชีวิตดำรงอยู่โดยความเชื่อ” – เริ่มด้วยความเชื่อ ดำเนินด้วยความเชื่อ สิ้นสุดด้วยความเชื่อ ไม่ใช่โดยการกระทำดีเพื่อให้รอด แต่โดยความเชื่อเราจึงรอด แล้วความเชื่อนั้นจะผลิตการกระทำดีออกมา
วันนี้ท่านกำลังวางใจในอะไร? วางใจในความดีของตนเอง? วางใจในพิธีกรรม? วางใจในบัพติศมา? จงหันมาวางใจในพระเยซูคริสต์ผู้เดียว! เพราะความชอบธรรมที่พระเจ้าทรงยอมรับนั้นมาโดยความเชื่อเท่านั้น
ขอให้เราเป็นคริสตจักรที่ชื่อเสียงเรื่องความเชื่อเลื่องลือ เหมือนคริสตจักรในโรม และขอให้เรามีใจของเปาโลที่ว่า “ข้าพเจ้าเต็มใจพร้อมที่จะประกาศข่าวประเสริฐ” อย่าละอาย อย่ากลัว เพราะฤทธิ์เดชของพระเจ้าอยู่กับเรา
อาเมน
- Details
- Written by: Chatrapong meesa
- Category: พระคริสต์ธรรมคัมภีร์
- Hits: 29
- พระเยซูเข้ามาในโลกเพื่อคุณ:

พระธรรมยอห์น 3:14-18
14 โมเสสได้ยกงูขึ้นในถิ่นทุรกันดารฉันใด บุตรมนุษย์จะต้องถูกยกขึ้นฉันนั้น
15 เพื่อผู้ใดที่เชื่อในพระองค์จะไม่พินาศ แต่มีชีวิตนิรันดร์
16 เพราะว่าพระเจ้าทรงรักโลก จนได้ทรงประทานพระบุตรองค์เดียวของพระองค์ที่บังเกิดมา เพื่อผู้ใดที่เชื่อในพระบุตรนั้นจะไม่พินาศ แต่มีชีวิตนิรันดร์
17 เพราะว่าพระเจ้าไม่ได้ทรงใช้พระบุตรของพระองค์เข้ามาในโลกเพื่อจะพิพากษาโลก แต่เพื่อช่วยโลกให้รอดโดยพระบุตรนั้น
18 ผู้ที่เชื่อในพระบุตรก็ไม่ต้องถูกพิพากษาลงโทษ แต่ผู้ที่มิได้เชื่อก็ต้องถูกพิพากษาลงโทษอยู่แล้ว เพราะเขามิได้เชื่อในพระนามพระบุตรองค์เดียวที่บังเกิดจากพระเจ้า
ข้อ 14-15: “และโมเสสได้ยกงูขึ้นในถิ่นทุรกันดารฉันใด บุตรมนุษย์ก็จะต้องถูกยกขึ้นฉันนั้น เพื่อทุกคนที่วางใจในพระองค์จะได้มีชีวิตนิรันดร์”
ข้อ 16: “เพราะว่าพระเจ้าทรงรักโลกดังนี้ คือได้ประทานพระบุตรองค์เดียวของพระองค์ เพื่อทุกคนที่วางใจในพระบุตรนั้นจะไม่พินาศ แต่มีชีวิตนิรันดร์”
ข้อ 17: “เพราะว่าพระเจ้าไม่ได้ทรงใช้พระบุตรมาในโลกเพื่อพิพากษาโลก แต่เพื่อโลกจะรอดโดยพระบุตรนั้น”
ข้อ 18: “ผู้ที่วางใจในพระบุตรก็ไม่ถูกพิพากษา แต่ผู้ที่ไม่เชื่อก็ถูกพิพากษาอยู่แล้ว เพราะว่าไม่เชื่อในพระนามพระบุตรองค์เดียวของพระเจ้า”
อรรถาธิบายทีละส่วน
1. การเปรียบเทียบ “งูทองแดง” (ข้อ 14-15)
พระเยซูทรงอ้างถึงเหตุการณ์ใน กันดารวิถี 21:4-9 ที่ชาวอิสราเอลถูกงูพิษกัดเพราะบ่นต่อว่าพระเจ้า โมเสสจึงทำงูทองแดงปักไว้บนเสา ใครมองดูงูทองแดงนั้นก็จะหายจากพิษ
· ความหมายฝ่ายวิญญาณ: งูเป็นสัญลักษณ์ของ คำสาปแช่ง/บาป (เพราะงูในปฐมกาล) แต่งูทองแดงที่ถูกยกขึ้นหมายถึงพระเยซูผู้ “ทรงถูกทำให้เป็นบาปเพื่อเรา” (2 โครินธ์ 5:21) โดยพระองค์มิได้ทรงทำบาป
· “ถูกยกขึ้น” หมายถึงทั้ง การถูกตรึงบนไม้กางเขน (การสิ้นพระชนม์ทางกาย) และ การได้รับการยกชูขึ้นสู่สง่าราศี (การคืนพระชนม์และเสด็จขึ้นสวรรค์)
· หลักแห่งความรอด: “ทุกคนที่วางใจ” ไม่ใช่แค่มองดูเฉยๆ แต่คือการ วางใจอย่างหมดหัวใจ ในพระเยซู เหมือนคนที่ถูกงูกัดต้องจ้องมองงูทองแดงด้วยความเชื่อว่าจะหาย
2. หัวใจของข่าวประเสริฐ: ยอห์น 3:16 (ข้อ 16)
ข้อนี้เป็นพระคัมภีร์ที่โด่งดังที่สุด สรุปสาระสำคัญของความรอด:
· “พระเจ้าทรงรักโลก” – “โลก” (กรีก: kosmos) หมายถึงมวลมนุษย์ที่ตกอยู่ในบาป ไม่ใช่ธรรมชาติหรือสิ่งสร้างอื่น พระเจ้าไม่ได้รักเพราะเราดี แต่รักขณะที่เรายังเป็นคนบาป (โรม 5:8)
· “ประทานพระบุตรองค์เดียว” – การประทานหมายถึงการยอมให้พระบุตรสิ้นพระชนม์แทนเรา “องค์เดียว” (monogenēs) แสดงถึงความเป็นเอกลักษณ์และความรักอันล้ำลึกของพระบิดา
· “จะไม่พินาศ” – พินาศไม่ใช่การสูญสิ้น แต่คือการ ถูกแยกจากพระเจ้าชั่วนิรันดร์ (นรก)
· “มีชีวิตนิรันดร์” – ไม่ใช่แค่อยู่ตลอดไป แต่คือ คุณภาพชีวิตที่สัมพันธ์กับพระเจ้า เริ่มตั้งแต่เดี๋ยวนี้ และดำเนินไปเป็นนิตย์
3. จุดประสงค์ที่แท้จริงของพระเยซู (ข้อ 17)
พระเยซูเสด็จมา ไม่ใช่เพื่อตัดสินลงโทษ (แม้พระองค์ทรงมีสิทธิ์เพราะเป็นพระเจ้า) แต่ เพื่อช่วยให้รอด
· โลกอยู่ในสภาพถูกพิพากษาอยู่แล้วเพราะบาปของอาดัม (โรม 5:12) พระเยซูจึงมาเพื่อ พลิกคำพิพากษา ให้กับผู้ที่เชื่อ
· หากพระองค์มาเพื่อพิพากษาโดยตรง ทุกคนก็จะถูกตัดสิน แต่พระองค์มาเพื่อรับโทษแทนเรา
4. สถานะของผู้เชื่อและผู้ไม่เชื่อ (ข้อ 18)
· “ผู้ที่วางใจ…ก็ไม่ถูกพิพากษา” – ไม่ใช่เพราะความดีของตน แต่เพราะพระเยซูรับโทษแทนแล้ว ดังนั้นจึง พ้นโทษ โดยสิ้นเชิง
· “ผู้ที่ไม่เชื่อก็ถูกพิพากษาอยู่แล้ว” – คำพิพากษามิใช่สิ่งที่รออยู่ข้างหน้าเท่านั้น แต่ ขณะที่ยังไม่เชื่อ เขาก็อยู่ในสภาพถูกตัดสินแล้ว เพราะเขาปฏิเสธทางเดียวที่จะรอด
· เหตุผล: “ไม่เชื่อในพระนามพระบุตรองค์เดียว” – พระนามหมายถึง สิทธิอำนาจและความเป็นพระเจ้า การไม่เชื่อคือการเหยียดหยามความรักที่ยิ่งใหญ่ที่สุด
สรุปสาระสำคัญสำหรับชีวิตคริสเตียน
1. การรักษาแบบเดิมคือพิธีกรรม (มองงูทองแดง) แต่ การรักษาแบบใหม่คือความเชื่อในพระเยซูที่ถูกยกขึ้นบนไม้กางเขน
2. ความรอดเป็นของขวัญ ไม่ใช่ผลงาน ไม่มีใครดีพอที่จะรอดได้เอง
3. มนุษย์มีสองทางเลือกเท่านั้น: เชื่อ→ชีวิตนิรันดร์ หรือ ไม่เชื่อ→พินาศ
4. พระเจ้าไม่ต้องการให้ใครพินาศ พระองค์ทรงทำทุกอย่างแล้ว เพียงแค่ให้เรารับด้วยความเชื่อ
หวังว่าอรรถาธิบายนี้จะเป็นประโยชน์ครับ หากมีข้อสงสัยเพิ่มเติมถามได้เลยครับ 🙏
- Details
- Written by: Chatrapong meesa
- Category: พระคริสต์ธรรมคัมภีร์
- Hits: 34
- หัวใจใหม่ของศักเคียส:
- ศักเคียสลูกของอับราฮัม:
พระธรรมลูกา19:1-10

ฝ่ายพระเยซูจึงเสด็จเข้าเมืองเยรีโคและกำลังจะทรงผ่านไป 2ดูเถิด มีชายคนหนึ่งชื่อศักเคียส ผู้ซึ่งเป็นนายด่านภาษีและเป็นคนมั่งมี 3ศักเคียสพยายามจะดูให้เห็นพระเยซูว่าพระองค์เป็นผู้ใด แต่ดูไม่เห็นเพราะคนแน่น ด้วยเขาเป็นคนเตี้ย 4เขาจึงวิ่งไปข้างหน้าขึ้นต้นมะเดื่อเพื่อจะได้เห็นพระองค์ เพราะว่าพระองค์จะเสด็จไปทางนั้น 5เมื่อพระเยซูเสด็จมาถึงที่นั่น พระองค์ทรงแหงนพระพักตร์ดูศักเคียสแล้วตรัสแก่เขาว่า “ศักเคียสเอ๋ย จงรีบลงมา เพราะว่าเราจะต้องพักอยู่ในบ้านของท่านวันนี้” 6แล้วเขาก็รีบลงมาต้อนรับพระองค์ด้วยความปรีดี 7เมื่อคนทั้งปวงเห็นแล้วเขาก็พากันบ่นว่า “พระองค์เข้าไปพักอยู่กับคนบาป” 8ฝ่ายศักเคียสยืนทูลองค์พระผู้เป็นเจ้าว่า “ดูเถิด พระองค์เจ้าข้า ทรัพย์สิ่งของของข้าพระองค์ ข้าพระองค์ยอมให้คนอนาถาครึ่งหนึ่ง และถ้าข้าพระองค์ได้ฉ้อโกงของของผู้ใด ข้าพระองค์ยอมคืนให้เขาสี่เท่า” 9พระเยซูตรัสกับเขาว่า “วันนี้ความรอดมาถึงครอบครัวนี้แล้ว เพราะคนนี้เป็นลูกของอับราฮัมด้วย 10เพราะว่าบุตรมนุษย์ได้มาเพื่อจะแสวงหาและช่วยผู้ที่หลงหายไปนั้นให้รอด”
เรื่องของพระเยซูกับศักเคียสอยู่ในพระธรรมลูกา 19:1-10 เป็นเรื่องที่แสดงถึงการกลับใจและการให้อภัยอย่างลึกซึ้ง
ศักเคียสเป็นหัวหน้าคนเก็บภาษีในเมืองเยรีโค ร่ำรวย แต่ถูกคนทั่วไปดูถูกเพราะมักเก็บเกินกว่าที่ควร เขาอยากเห็นพระเยซูแต่ตัวเตี้ย จึงปีนต้นมะเดื่อเทศ เมื่อพระเยซูเสด็จมาถึง ทรงเงยหน้าบอกให้เขารีบลงมาเพราะจะพักที่บ้านของเขา คนรอบข้างบ่นว่าพระเยซูไปคบคนบาป
แต่ศักเคียสกลับใจจริง เขายืนประกาศว่าจะให้ครึ่งหนึ่งของทรัพย์สินแก่คนจน และถ้าโกงใครจะคืนสี่เท่า พระเยซูจึงตรัสว่า "วันนี้ความรอดมาถึงครอบครัวนี้แล้ว เพราะบุตรมนุษย์มาเพื่อค้นหาและช่วยผู้หลงหายให้รอด"
ข้อคิดสำคัญ: การกลับใจไม่ใช่แค่พูด แต่ต้องแสดงออกด้วยการชดใช้และเปลี่ยนแปลงชีวิต และพระเยซูพร้อมให้อภัยทุกคนที่แสวงหาพระองค์อย่างจริงใจ ไม่ว่าใครจะมองว่าคนนั้นเป็นคนบาปแค่ไหนก็ตาม
- Details
- Written by: Chatrapong meesa
- Category: พระคริสต์ธรรมคัมภีร์
- Hits: 41
- เราเป็นชนชาติบริสุทธิ์ของพระเจ้า:
พระธรรม อพยพ 19:5-6
แท่นเผาเครื่องบูชา

อ่างทองสัมฤทธิ์

ลานพลับพลา
5 เหตุฉะนี้ถ้าเจ้าฟังเสียงของเราและรักษาพันธะสัญญาของเราไว้เจ้าจะเป็นกรรมสิทธิ์ของเราที่เราเลือกสรรจากท่ามกลางชนชาติทั้งปวง เพราะแผ่นดินทั้งสิ้นเป็นของเรา 6เจ้าทั้งหลายจะเป็นอาณาจักรปุโรหิตและเป็นชนชาติที่บริสุทธิ์สำหรับเรานี่เป็นถ้อยคำที่เจ้าต้องบอกให้คนอิสราเอลฟัง
ข้อพระคัมภีร์อพยพ 19:5-6 คือข้อความแห่ง พันธสัญญา สำคัญยิ่งในพระคัมภีร์เดิม ซึ่งพระเจ้าทรงเสนอสถานะพิเศษแก่ชนชาติอิสราเอล หากพวกเขาตอบสนองด้วยการเชื่อฟัง ซึ่งเป็นข้อความที่รากฐานความเชื่อของทั้งศาสนายูดาห์และคริสต์ศาสนาต่างสืบทอดต่อมา
📖 ข้อพระคัมภีร์
- ภาษาไทย (THSV11): "ฉะนั้น ถ้าพวกเจ้าฟังเสียงเราจริงๆ และรักษาพันธสัญญาของเราไว้ พวกเจ้าจะเป็นของล้ำค่าของเราที่เราเลือกสรรจากท่ามกลางชนชาติทั้งปวง เพราะแผ่นดินทั้งสิ้นเป็นของเรา พวกเจ้าจะเป็นอาณาจักรปุโรหิตและเป็นชนชาติบริสุทธิ์สำหรับเรา นี่เป็นถ้อยคำที่เจ้าต้องบอกกับคนอิสราเอล"
· New International Version (NIV) : "Now if you obey me fully and keep my covenant, then out of all nations you will be my treasured possession. Although the whole earth is mine, you will be for me a kingdom of priests and a holy nation.’ These are the words you are to speak to the Israelites."
📝 อรรถาธิบาย
1. เงื่อนไขของพันธสัญญา (ข้อ 5a)
“ถ้าพวกเจ้าฟังเสียงเราจริงๆ และรักษาพันธสัญญาของเราไว้” ความสัมพันธ์นี้ไม่ได้ถูกกำหนดโดยชาติกำเนิด แต่ขึ้นอยู่กับการตอบสนองด้วยความเชื่อฟัง ซึ่งเป็นหลักการสำคัญที่ปรากฏซ้ำตลอดพระคัมภีร์
2. สถานะ "ของล้ำค่า" (Segullah) (ข้อ 5b)
คำภาษาฮีบรู סְגֻלָּה (Segullah) มีความหมายพิเศษกว่าทรัพย์สินทั่วไป (property) หมายถึง “สมบัติล้ำค่าหรือกรรมสิทธิ์ส่วนพระองค์” แม้แผ่นดินโลกและทุกชนชาติเป็นของพระองค์ในฐานะพระผู้สร้าง แต่พระองค์ทรงเลือกและหวงแหนอิสราเอลเป็นพิเศษดั่ง “สมบัติส่วนตัว” (a treasured possession) เปรียบได้กับเครื่องประดับอันล้ำค่าที่ถูกเก็บไว้อย่างดี
3. "อาณาจักรปุโรหิตและชนชาติบริสุทธิ์" (ข้อ 6)
สองสถานะนี้เป็นพันธกิจหลักของอิสราเอล:
- เป็นอาณาจักรปุโรหิต (a kingdom of priests) : ทุกคนมีสถานะกษัตริย์และปุโรหิต มีหน้าที่เป็นคนกลางนำ บรรดาประชาชาติ มาสู่ความรู้จักพระเจ้า (inclusive mission) มากกว่าการถูกกีดกัน
· เป็นชนชาติบริสุทธิ์ (a holy nation) : ถูกแยกออกจากชนชาติอื่นเพื่อรับใช้และถวายเกียรติแด่พระเจ้า
✝️ การเชื่อมโยงสู่พันธสัญญาใหม่
พันธสัญญาเดิมนี้เป็นรากฐานของเอกลักษณ์ของคริสตจักรในพันธสัญญาใหม่ โดยเฉพาะ 1 เปโตร 2:9 ได้นำคำว่า “อาณาจักรปุโรหิต” (a royal priesthood) , “ชนชาติบริสุทธิ์” (a holy nation) และ “ของล้ำค่าของพระองค์” (God’s special possession) มาอ้างถึงผู้เชื่อทุกคน (ทั้งชาวยิวและชาวต่างชาติ)
นี่แสดงให้เห็นว่าพระประสงค์ของพระเจ้าที่มีต่ออิสราเอลไม่ได้หายไป แต่ได้ขยายขอบเขตสำเร็จสมบูรณ์ในพระเยซูคริสต์และคริสตจักร ซึ่งผู้เชื่อได้รับสิทธิพิเศษและพันธกิจเดียวกันในการเป็นตัวแทนของพระองค์ท่ามกลางโลก
หากคุณสนใจจะศึกษาความเชื่อมโยงระหว่างพันธสัญญาเดิมและพันธสัญญาใหม่เพิ่มเติม อยากทราบรายละเอียดเกี่ยวกับความหมายของคำว่า "Segullah" หรือเปรียบเทียบฉบับแปลอื่น ๆ บอกได้เลยนะครับ