• :

ramsey_cartoons009_1

พระธรรมกิจการ 17:27

เพื่อเขาจะได้แสวงหาพระเจ้าและมุ่งหวังจะคลำหาให้พบพระองค์ที่จริงพระองค์มิทรงอยู่ห่างไกลจากเราทุกคนเลย

Still worshiping " the unknown god" 

ยังคงนมัสการพระเจ้าที่ไม่รู้จักกันต่อไป

Christianity without the blood Atonement 

คริสเตียนที่ไม่ได้รับการไถ่ด้วยฤทธิ์ของพระโลหิตประเสริฐ

Yet He "is not far from every one of us" Acts 17:27 ที่จริงพระองค์มิได้อยู่ห่างไกลจากพวกเราเลย 

แน่นอนครับ ขออนุญาตอธิบายพระธรรม กิจการอัครทูต 17:27 พร้อมบริบทครับ

ตัวบท (ภาษาไทยมาตรฐาน)

"เพื่อพวกเขาจะได้แสวงหาพระเจ้า และอาจจะได้พบพระองค์ แม้พระองค์มิได้ทรงอยู่ไกลจากเราแต่ละคนเลย"

บริบทสำคัญ: เวทีเอเรโอปากัส (Areopagus)

ข้อนี้เป็นส่วนหนึ่งของคำปราศรัยของเปาโลที่ เอเธนส์ (ข้อ 22-31) ท่านกำลังพูดกับกลุ่มนักปราชญ์ชาวกรีก (สโตอิกและเอปิคิวเรียน) ซึ่งไม่คุ้นกับพระคัมภีร์ฮีบรู เปาโลไม่ได้เริ่มด้วยการยกข้อคัมภีร์ แต่เริ่มจากแท่นบูชาที่เขาจารึกว่า "แด่พระเจ้าที่ไม่รู้จัก" (ข้อ 23) เพื่อชี้ให้เห็นว่าพระเจ้าที่พวกเขาไม่รู้จักนั้นคือพระเจ้าเที่ยงแท้องค์เดียวกัน

อรรถอธิบายเชิงลึก

1. จุดประสงค์ของการทรงสร้างและการทรงนำประวัติศาสตร์ (ข้อ 26-27)
ก่อนข้อ 27 เปาโลกล่าวว่าพระเจ้าทรงสร้างมนุษย์ทุกชาติให้อยู่ทั่วโลก และทรงกำหนด "ฤดูกาลและเขตแดน" ที่พวกเขาจะอาศัยอยู่ จุดประสงค์สำคัญคือ เพื่อให้มนุษย์แสวงหาพระองค์ พระเจ้ามิได้ซ่อนพระองค์เพื่อให้มนุษย์ต้องเดาสุ่ม แต่ทรงจัดสภาพแวดล้อมและประวัติศาสตร์ให้เป็นเวทีแห่งการแสวงหา

2. "จะได้แสวงหาพระเจ้า" (seek God)

  • คำกรีก "zēteō" หมายถึง ค้นหา, พยายามเข้าใจ, ปรารถนา
    · บ่งบอกถึงความริเริ่มของมนุษย์ด้านความปรารถนาและความพยายามทางใจ แต่พระเจ้าเป็นผู้ทรงริเริ่มให้เกิดความปรารถนานั้นก่อน

3. "และอาจจะได้พบพระองค์" (and perhaps reach out and find Him)

  • คำว่า "อาจจะ" (perhaps) ไม่ได้หมายถึงความไม่แน่นอนของพระเจ้า แต่หมายถึงการที่มนุษย์ต้องตอบสนองด้วยศรัทธา
    · พระเจ้าพร้อมที่จะพบ แต่การพบนั้นเกิดเมื่อมนุษย์แสวงหาด้วยใจจริง (เปรียบเทียบ กับ พระธรรม เยเรมีย์ 29:13 เจ้าจะแสวงหาเราและพบเราเมื่อเจ้าแสวงหาเราด้วยสิ้นสุดใจของเจ้า)

4. "แม้พระองค์มิได้ทรงอยู่ไกลจากเราแต่ละคนเลย"

  • นี่คือหัวใจสำคัญที่สุด: พระเจ้ามิได้ทรงห่างไกลหรือไม่สนใจ
    · เปาโลท้าทายแนวคิดกรีกหลายแบบ:
    · เทพนอกรีตอยู่ห่างไกลและตามอำเภอใจ
    · สโตอิกเชื่อในหลักการจักรวาล (Logos) ที่เย็นชา
    · เอปิคิวเรียนเชื่อว่าเทพไม่ยุ่งเกี่ยวกับโลก
    · แต่องค์พระผู้เป็นเจ้าของคริสต์กลับ ใกล้ชิด: ดำรงชีวิต, ให้ลมหายใจ, และทรงอยู่รอบตัวเรา

5. ความเชื่อมโยงกับข้อ 28
เปาโลยกกวีกรีก (Aratus, Cleanthes) ว่า "ในพระองค์เรามีชีวิตและเป็นอยู่และเคลื่อนไหว" และ "เราทั้งหลายก็เป็นเชื้อสายของพระองค์ด้วย" ไม่ใช่เพื่อสอนหลักการเที่ยงแท้สมบูรณ์ (เพราะกวีเหล่านั้นนึกถึงเทพซุส) แต่เพื่อสร้างสะพานเชื่อมว่าแนวคิดเรื่องความใกล้ชิดของพระเจ้าไม่ใช่เรื่องใหม่ และเพื่อชี้ให้เห็นว่าพระเจ้าที่แท้จริงทรงใกล้ชิดยิ่งกว่านั้นอีก

ข้อควรระวังในการตีความ

1. ไม่ใช่หลักการ "แสวงหาแล้วเจอทุกคน" โดยอัตโนมัติ – คนเอเธนส์ส่วนใหญ่ยังคงเยาะเย้ยเมื่อเปาโลพูดถึงการคืนพระชนม์ (ข้อ 32) การแสวงหาจะต้องเป็นการเปิดใจรับการเปิดเผยของพระเจ้าในพระคริสต์
2. ไม่ใช่ลัทธิพึ่งพาตนเอง – เปาโลกำลังบอกว่า มนุษย์ต้องการพระเจ้า ไม่ใช่ว่ามนุษย์ทำดีพอจะพบพระเจ้าโดยลำพัง
3. ไม่ใช่แนวคิด "พระเจ้าอยู่ทุกหนแห่งเหมือนธรรมชาติ" – พระเจ้าใกล้ชิดในฐานะ องค์แห่งความสัมพันธ์ ไม่ใช่พลังงานไร้ตัวตน

สรุปสำหรับชีวิตคริสเตียนในปัจจุบัน

  • หนุนใจในการประกาศ – แม้คนที่ยังไม่เชื่ออาจเหมือนเอเธนส์ (มีศาสนาแบบคลุมเครือ) แต่พระเจ้าก็ทรงอยู่ใกล้ และหัวใจมนุษย์ถูกสร้างมาให้แสวงหาพระองค์
    · เตือนใจผู้เชื่อ – อย่าคิดว่าพระเจ้าทรงห่างไกลหรือไม่สนใจ ผู้เชื่อสามารถ "พบ" พระองค์ผ่านการอธิษฐาน พระคำ และการดำเนินชีวิตใกล้ชิดได้เสมอ
    · หลักฐานของพระคุณ – การที่เราสามารถพบพระเจ้าได้ ไม่ใช่เพราะเราฉลาดหรือดี แต่เพราะพระองค์ไม่ได้ทรงอยู่ไกลเลยนั่นเอง

คำถามท้าทาย: ในชีวิตประจำวันของคุณ มีอะไรที่ทำให้รู้สึกว่าพระเจ้าทรง "อยู่ไกล" บ้างหรือไม่? ถ้ามี จงลองระลึกว่าในพระคริสต์ พระองค์ทรง "อยู่ใกล้" เรากว่าที่เราคิดเสมอ

หวังว่าอรรถานี้จะเป็นประโยชน์ครับ 😊