• :

Screenshot2024-03-12213515

 

พระธรรม อิสยาห์ 28 :23-29

23 เงี่ยหูลงซิและฟังเสียงข้าพเจ้า สดับ ซิและฟังคำพูดของข้าพเจ้า 24เ ขาผู้ไถนาเพื่อหว่าน ไถอยู่เสมอหรือ เขาเบิกดินและคราดอยู่เป็นนิตย์หรือ 25เมื่อเขาปราบผิวลงแล้วเขาไม่หว่านเทียนแดงและยี่หร่า เขาไม่ใส่ข้าวสาลีเป็นแถวและข้าวบารลีในอันที่เหมาะของมันและหว่านข้าวสแปลต์ไว้เป็นคันแดนหรือ 26เพราะพระองค์ทรงสั่งสอนเขาถูกต้อง 27 พระเจ้าของเขาได้สอนเขาเขาไม่นวดเทียนแดงด้วยเลื่อนนวดข้าวและเขาไม่เอาล้อเกวียนกลิ้งทับยี่หร่า แต่เขาเอาไม้พลองตีเทียนแดงให้หลุดออก และเอาตะบองตียี่หร่า 28 คนใดบดข้าวที่ทำขนมปังหรือ เปล่าเลยเขาไม่นวดมันเป็นนิตย์ เมื่อเขาขับล้อเกวียนเทียมม้าทับมันแล้ว เขามิได้บดมัน 29 เรื่องนี้มาจากพระเจ้าจอมโยธาด้วย พระองค์อัศจรรย์นัก ในการปรึกษา และวืเศษในเรื่องสติปัญญา

ข้อความนี้มาจาก อิสยาห์ 28:23-29 (พระคัมภีร์ภาคพันธสัญญาเดิม) ซึ่งเป็นอุปมาที่เปรียบเทียบ วิธีการของพระเจ้าในการทรงสอนและนำทางประชากรของพระองค์ กับการทำเกษตรกรรมของชาวนา

1. บริบท (Context)

อิสยาห์กำลังกล่าวกับผู้ดื่มสุราและเย่อหยิ่งในยูดาห์ (โดยเฉพาะผู้นำ) ที่ไม่ยอมฟังคำเตือนจากพระเจ้า พระองค์ใช้ตัวอย่างชาวนาผู้ชาญฉลาดเพื่อแสดงว่า พระเจ้าทรงมีแผนการที่เหมาะสมในแต่ละช่วงเวลา ไม่ใช่ใช้กำลังหรือวิธีการเดียวกันเสมอไป

2. การไถ vs การหว่าน (ข้อ 23-25)

· ข้อ 24: ชาวนาไม่ได้ไถพรวนดิน ตลอดเวลา เมื่อไถเสร็จก็ถึงเวลาเปลี่ยนวิธีการ

· ข้อ 25: พอปรับหน้าดินเรียบแล้ว เขาจะหว่านพืช ต่างชนิดกัน (เทียนแดง, ยี่หร่า, ข้าวสาลี, ข้าวบาร์เลย์, ข้าวสเปลต์) ในแบบที่เหมาะสม

· ความหมายฝ่ายจิตวิญญาณ: การทรงสอนหรือทรงตีสอนของพระเจ้าไม่ได้ยืดเยื้อไม่รู้จบ เมื่อคนกลับใจหรือคราวผ่านไป พระองค์จะเปลี่ยนเป็นฤดูกาลแห่งพระพรและการปลูกสร้างตามแบบแผนที่ต่างกันไปในแต่ละบุคคล (“ข้าวสาลีเป็นแถว” สำหรับบางคน, “ข้าวสเปลต์ไว้เป็นคันแดน” สำหรับอีกบางคน)

3. การนวดข้าวที่แตกต่างกัน (ข้อ 27-28)

นี่คือหัวใจสำคัญ:

· เทียนแดง (เมล็ดเล็ก): ไม่ใช้เลื่อนนวดหนักหรือล้อเกวียนทับ เพราะจะทำให้เมล็ดแตกเสียหาย ใช้แค่ ไม้พลอง ตีเบาๆ

· ยี่หร่า (เมล็ดเล็ก): ใช้ ตะบอง (ไม้กระบอง) ทุบให้ร่วง

· ข้าวสาลี/ขนมปัง (เมล็ดแข็ง): อาจใช้ล้อเกวียนเทียมม้าทับได้โดยไม่บดละเอียดเกินไป แต่ก็ไม่ได้นวดข้าวนั้น เป็นนิตย์ (ข้อ 28)

· ข้อสรุป: พระเจ้าทรงรู้ “จุดอ่อน” และ “ความแข็งแรง” ของแต่ละคน การทดลองหรือการฝึกฝนสำหรับคนหนึ่ง อาจทำลายอีกคนหนึ่ง ถ้าทรงใช้วิธีเดียวกัน

4. แหล่งแห่งปัญญา (ข้อ 29)

ข้อความจบว่า “เรื่องนี้มาจากพระเจ้าจอมโยธา... พระองค์อัศจรรย์นักในการปรึกษา และวิเศษในเรื่องสติปัญญา”

· ปัญญาการทำไร่ไถนาที่เหมาะสมแม้กระทั่งของชาวนา ล้วนเป็นของประทานจากพระเจ้า

· ถ้าชาวนาธรรมดารู้จักเลือกวิธีปฏิบัติกับพืชแต่ละชนิดอย่างชาญฉลาด พระเจ้าผู้ทรงประทานปัญญานั้น ย่อมทรงรู้ดียิ่งกว่าว่าจะปฏิบัติกับแต่ละชีวิต ในช่วงเวลา (ฤดูกาล) และ ด้วยเครื่องมือแบบไหน เพื่อให้เกิดผลดีสูงสุด ไม่ใช่ทำลาย

ประยุกต์ใช้ในทางเทววิทยา:

ข้อนี้ใช้ต่อต้านแนวคิดที่ว่าพระเจ้าทรงจัดการทุกอย่างด้วยวิธีเดียวกัน (เช่น ใช้ความยากลำบากแบบกระทันหันกับทุกคน) แต่สอนว่า:

· การทรงสอนมี ฤดูกาล

· พระองค์ทรงใช้ วิธีที่ต่างกัน ตามความเหมาะสมของ “เนื้อดิน” (สภาพจิตวิญญาณของแต่ละคน)

· แม้การนวดข้าวที่ดูรุนแรง ก็มีจุดประสงค์เพื่อ แยกเมล็ดออกจากแกลบ ไม่ใช่ บดขยี้ให้แหลก

· ดังนั้น ผู้ที่กำลังถูก “นวด” ไม่ควรร้องทุกข์ว่าพระเจ้าทรงโหดร้ายเกินไป หรือผู้ที่ถูก “ไถ” ไม่ควรคิดว่าจะต้องถูกไถตลอดไป

โดยสรุป: พระองค์ทรงทำทุกอย่างอย่างเหมาะสม ตามเวลาที่เหมาะสม เพื่อประชากรของพระองค์