1. You are here:  

ข่าวประเสริฐและพระกิตติคุณของพระเยซูคริสต์

ค่าจ้างของความบาปคือความตาย

Details
Written by: Chatrapong meesa
Category: พระคริสต์ธรรมคัมภีร์
Published: 29 April 2026
Hits: 31
  • :

 

พระธรรมโรมบทที่ 6:24

hell-1

ข้อพระคัมภีร์ โรม 6:23 กล่าวว่า "เพราะว่าค่าจ้างของความบาปคือความตาย แต่ของประทานของพระเจ้าคือชีวิตนิรันดร์ในพระเยซูคริสต์องค์พระผู้เป็นเจ้าของเรา"

 

คำอธิบายมีดังนี้:

 

1. "ค่าจ้างของความบาปคือความตาย"

      คำว่า "ค่าจ้าง" หมายถึงสิ่งที่เราสมควรได้รับจากการกระทำของเราเอง ความบาป (การละเมิดกฎของพระเจ้า) ทำให้มนุษย์ถูกแยกจากพระผู้เป็นเจ้าทั้งในปัจจุบันและนิรันดร์ ความตายที่กล่าวถึงนี้ไม่ใช่แค่การตายทางกายภาพ แต่รวมถึง ความตายฝ่ายวิญญาณ คือการพลัดพรากจากพระเจ้าและผลสุดท้ายคือการลงโทษนิรันดร์

2. "ของประทานของพระเจ้าคือชีวิตนิรันดร์"

      ตรงกันข้ามกับ "ค่าจ้าง" คำว่า "ของประทาน" หมายถึงสิ่งที่เราไม่สมควรได้รับ แต่พระเจ้าประทานให้โดยไม่คิดมูลค่า ชีวิตนิรันดร์ไม่ใช่ผลจากการทำดี แต่เป็นสิ่งที่ได้มาโดยความเชื่อใน พระเยซูคริสต์ เท่านั้น (เปรียบเทียบ เอเฟซัส 2:8-9)

3. "ในพระเยซูคริสต์องค์พระผู้เป็นเจ้าของเรา"

      ชีวิตนิรันดร์จะเกิดขึ้นได้ก็โดยผ่านทางพระเยซูเท่านั้น เพราะพระองค์ทรงรับโทษแห่งความตายที่เราสมควรได้บนไม้กางเขน และทรงคืนพระชนม์เพื่อให้เรามีชีวิตใหม่กับพระเจ้า

 

สรุปง่ายๆ:

 

· ทางของมนุษย์ → ทำบาป → ได้ผลคือความตาย

· ทางของพระเจ้า → เชื่อในพระเยซู → ได้รับของขวัญคือชีวิตนิรันดร์

 

นี่จึงเป็นข่าวดี (พระกิตติคุณ) ที่เชิญชวนให้ทุกคนยอมรับของประทานนี้ โดยไม่ต้องพยายามหาเงินจ่ายค่าจ้างที่ตนไม่สามารถจ่ายไหวครับ

จากความตายไปสู่ชีวิต

Details
Written by: Chatrapong meesa
Category: พระคริสต์ธรรมคัมภีร์
Published: 29 April 2026
Hits: 30
  • :

 

จากความตายไปสู่ชีวิต

images

เอเฟซัส 2:1-10 ฉบับมาตรฐานไทย (THSV11)

 

1 ท่านทั้งหลายตายโดยการละเมิดและการบาปของท่าน

2 เมื่อก่อนพวกท่านเคยดำเนินชีวิตในการบาปนั้นตามวิถีของโลกนี้ ตามผู้ครอบครองที่มีอำนาจในฟ้าอากาศ คือวิญญาณที่ทำกิจอยู่ในพวกคนที่ไม่เชื่อฟังในเวลานี้

3 เมื่อก่อนเราทุกคนเคยประพฤติเหมือนพวกเขาตามตัณหาของเนื้อหนัง คือทำตามความต้องการของเนื้อหนังและของความคิด โดยวิสัยแล้วเราจึงเป็นคนที่สมควรได้รับการลงโทษเหมือนอย่างคนอื่นๆ

4 แต่พระเจ้าทรงเปี่ยมด้วยพระเมตตา พระองค์ทรงรักเราโดยความรักอันใหญ่หลวงของพระองค์

5 ถึงแม้ว่าเราเป็นคนตายเนื่องจากการละเมิด พระองค์ยังทรงทำให้มีชีวิตอยู่ร่วมกับพระคริสต์ (พวกท่านได้รับความรอดแล้วด้วยพระคุณ)

6 และพระองค์ทรงทำให้เราเป็นขึ้นมาด้วยกันกับพระคริสต์ และทรงให้เรานั่งด้วยกันกับพระองค์ในสวรรคสถานในพระเยซูคริสต์

7 เพื่อว่าในยุคต่อๆ ไป พระองค์จะทรงสำแดงพระคุณอันอุดมเหลือล้นของพระองค์ ด้วยพระกรุณาที่มีต่อเราในพระเยซูคริสต์

8 เพราะว่าท่านทั้งหลายได้รับความรอดแล้วด้วยพระคุณโดยทางความเชื่อ ความรอดนี้ไม่ใช่มาจากตัวท่าน แต่เป็นของประทานจากพระเจ้า

9 ไม่ใช่มาจากการกระทำ เพื่อไม่ให้ใครอวดได้

10 เพราะว่าเราเป็นฝีพระหัตถ์ของพระองค์ที่ทรงสร้างขึ้นในพระเยซูคริสต์เพื่อให้ทำการดี ซึ่งเป็นสิ่งที่พระเจ้าทรงจัดเตรียมไว้ก่อนแล้วเพื่อให้เราดำเนินตาม

แน่นอนครับ ขออรรถาธิบาย เอเฟซัส 2:1-10 ตามนี้ครับ

บริบททั่วไป

อัครทูตเปาโลเขียนจดหมายถึงคริสตจักรในเมืองเอเฟซัส ช่วงต้นบทที่ 2 ท่านสรุปสภาพของมนุษย์ก่อนและหลังได้รับความรอด โดยเน้นว่าความรอดเป็นของประทานจากพระเจ้า มิใช่มาจากการกระทำของมนุษย์

ข้อ 1-3: สภาพเดิมที่ตายในบาป

“ท่านทั้งหลายที่ตายแล้วเพราะการละเมิดและบาปของท่าน…”

· “ตายแล้ว” หมายถึงการตายฝ่ายวิญญาณ คือแยกจากพระเจ้า ไม่มีชีวิตฝ่ายวิญญาณ แม้ร่างกายยังมีชีวิตอยู่

· สาเหตุคือ “การละเมิดและบาป” คือการก้าวข้ามขอบเขตของพระเจ้า และการพลาดเป้าหมายแห่งพระสิริของพระองค์

“…ซึ่งในอดีตท่านดำเนินตามวิถีของโลกนี้ ตามผู้ที่มีอำนาจในเวหาที่ครอบงำอยู่…”

· “วิถีของโลก” คือระบบค่านิยมที่ต่อต้านพระเจ้า

· “ผู้ที่มีอำนาจในเวหา” หมายถึงซาตาน (มาร) ที่ครอบงำคนที่ไม่เชื่อ

“…และเราเองทุกคนก็เคยประพฤติตามกิเลสตัณหาของเนื้อหนัง…”

· เปาโลรวมตัวเองด้วย (“เราเองทุกคน”) แสดงว่าทั้งชาวยิวและต่างชาติเคยตกอยู่ในสภาพเดียวกัน

· “เนื้อหนัง” ไม่ใช่ร่างกาย แต่หมายถึงธรรมชาติที่บาปและเห็นแก่ตัว

“…โดยธรรมชาติแล้วเราเป็นบุตรแห่งพระพิโรธเหมือนคนอื่นๆ”

· “พระพิโรธ” คือความยุติธรรมอันบริสุทธิ์ของพระเจ้าที่ต้องลงโทษบาป

· มนุษย์ทุกคนโดยกำเนิด (ธรรมชาติที่ตกสู่บาป) จึงสมควรได้รับการพิพากษา

ข้อ 4-7: พระเจ้าทรงให้มีชีวิตใหม่โดยพระคุณ

“แต่พระเจ้าทรงอุดมด้วยพระเมตตา ด้วยความรักอันยิ่งใหญ่ที่พระองค์ทรงรักเรา…”

· “แต่” เป็นจุดเปลี่ยนที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในพระคัมภีร์ แม้มนุษย์ไม่คู่ควร แต่พระเจ้าก็ยังทรงรัก

· “พระเมตตา” คือความสงสารผู้ที่ทุกข์ยาก (คือเราที่ตายในบาป)

“…แม้ว่าเราตายเพราะการละเมิดก็ตาม พระองค์ทรงทำให้เรามีชีวิตอยู่ร่วมกับพระคริสต์…”

· การกลับมามีชีวิตฝ่ายวิญญาณเป็นการร่วมกับพระคริสต์ในการฟื้นคืนพระชนม์ (เทียบกับ โรม 6:4-5)

“…โดยพระคุณท่านทั้งหลายได้รับความรอดแล้ว”

· “พระคุณ” คือพระเมตตาที่ไม่สมควรได้รับ เป็นของประทานฟรีๆ

· “ได้รับความรอดแล้ว” ใช้รูปอดีตสมบูรณ์ (perfect tense) แสดงว่าความรอดเป็นความจริงที่มั่นคงแล้วเมื่อเราเชื่อ

“…และพระองค์ทรงให้เราฟื้นคืนชีวิต และทรงให้เรานั่งร่วมในสวรรค์ในพระเยซูคริสต์”

· นี่คือการที่ผู้เชื่อได้รับการ “นั่งร่วมกับพระคริสต์” ในปัจจุบันทางฝ่ายวิญญาณ (แม้กายยังอยู่บนโลก) หมายถึงเรามีส่วนในชัยชนะและสิทธิอำนาจของพระองค์แล้ว

“…เพื่อจะทรงสำแดงในยุคที่จะมาถึงถึงพระคุณอันเลิศล้ำของพระองค์…”

· จุดประสงค์สูงสุดคือเพื่อถวายพระเกียรติแด่พระเจ้า แสดงให้เห็นความร่ำรวยแห่งพระคุณของพระองค์ตลอดนิรันดร์

ข้อ 8-10: ความรอดโดยความเชื่อ มิใช่โดยการกระทำ

“เพราะว่าโดยพระคุณท่านทั้งหลายได้รับความรอดผ่านทางความเชื่อ…”

· “โดยพระคุณ” เป็นเหตุ – ฝ่ายพระเจ้าให้

· “ผ่านทางความเชื่อ” เป็นเครื่องมือ – ฝ่ายมนุษย์ตอบรับ ไม่ใช่การกระทำดีใดๆ

“…และมิใช่เกิดจากตัวท่านเอง แต่เป็นของประทานจากพระเจ้า…”

· ความรอด มิใช่ “การกระทำ” ของมนุษย์เลย แม้แต่ความเชื่อก็เป็นของประทานที่พระเจ้าประทานให้ (ฟีลิปปี 1:29) หรืออย่างน้อยความเชื่อเป็นเครื่องมือที่พระเจ้าทำให้เกิดขึ้นเมื่อพระองค์ทรงเรียกเรา

“…มิใช่เกิดจากการกระทำ เพื่อไม่ให้ผู้ใดอวดได้”

· ถ้าความรอดเกิดจากการกระทำดีของมนุษย์ มนุษย์ก็จะอวดตัวได้ แต่ที่นี่พระเจ้าให้หมด เพื่อพระสิริเป็นของพระองค์แต่ผู้เดียว

“…เพราะว่าท่านเป็นฝีพระหัตถ์ของพระองค์…”

· “ฝีพระหัตถ์” (poiēma) รากเดียวกับคำว่า “กวี” หรือ “สิ่งที่ถูกสร้างขึ้น” คริสเตียนคืองานศิลปะชิ้นเอกที่พระเจ้าทรงสร้างใหม่ในพระคริสต์

“…ถูกทรงสร้างในพระเยซูคริสต์ให้กระทำการดี…”

· การกระทำดีไม่ใช่ สาเหตุ ของความรอด แต่เป็น ผลลัพธ์ ที่พระเจ้าทรงเตรียมไว้ให้เราดำเนินตาม

· เหมือนช่างฝีมือสร้างงานไว้สำหรับจุดประสงค์บางอย่าง พระเจ้าทรงออกแบบชีวิตเราให้ทำดีเพื่อถวายเกียรติแด่พระองค์

สรุปสาระสำคัญ

1. ก่อนเชื่อ – มนุษย์ตายฝ่ายวิญญาณ อยู่ใต้อำนาจบาปและซาตาน เป็นบุตรแห่งพระพิโรธ

2. พระเจ้าทรงริเริ่ม – ด้วยพระเมตตาและความรักอันยิ่งใหญ่ ทำให้เรามีชีวิตร่วมกับพระคริสต์

3. วิธีรับความรอด – โดยพระคุณผ่านทางความเชื่อเท่านั้น ไม่ใช่จากการกระทำดี

4. ผลลัพธ์ของความรอด – เราเป็นฝีพระหัตถ์ของพระเจ้า ถูกสร้างใหม่เพื่อทำการดีที่พระองค์ทรงเตรียมไว้

 

การอรรถาธิบายนี้เน้นให้เห็นว่า ความรอดเป็นของประทานฟรีทั้งหมด และชีวิตคริสเตียนที่แท้จริงจะต้องดำเนินในการดีที่พระเจ้าต้องการ ไม่ใช่เพื่อให้รอด แต่เพราะรอดแล้วครับ

พระคำประจำวัน

Details
Written by: Chatrapong meesa
Category: พระคริสต์ธรรมคัมภีร์
Published: 28 April 2026
Hits: 34
  • การที่พระคริสต์ทรงถ่อมพระองค์และทรงถูกยกขึ้น:

 

 ฟิลิปปี 2:4-8 

jesus-with-a-crowd-1-1-GoodSalt-pppas0134

4 อย่ามองเฉพาะประโยชน์ส่วนตัวของตน แต่จงมองประโยชน์ของผู้อื่นด้วย
5 จงมีน้ำใจอย่างเดียวกันกับที่มีในพระเยซูคริสต์ คือ
6 แม้พระองค์ทรงอยู่ในสภาพของพระเจ้า แต่พระองค์มิได้ทรงถือว่าความเท่าเทียมกับพระเจ้าเป็นสิ่งที่ต้องหวงแหน
7 แต่ทรงสละพระองค์เอง ทรงรับสภาพของผู้รับใช้ และทรงถือกำเนิดเป็นมนุษย์
8 และเมื่อทรงปรากฏเป็นมนุษย์แล้ว พระองค์ก็ทรงถ่อมพระองค์ลง ทรงยอมเชื่อฟังจนถึงความตาย กระทั่งความตายบนไม้กางเขน

คำอธิบายเนื้อหา ของ ฟิลิปปี 2:4-8 แยกเป็นรายข้อ เพื่อช่วยให้เข้าใจลึกขึ้นว่าทำไมพระคัมภีร์ตอนนี้จึงเป็นหัวใจสำคัญของชีวิตคริสเตียน

ข้อ 4 – อย่ามองแก่ตัว

 

“อย่ามองเฉพาะประโยชน์ส่วนตัวของตน แต่จงมองประโยชน์ของผู้อื่นด้วย”

 

หมายถึงให้เปลี่ยนความคิดจาก “ฉันจะได้อะไร” เป็น “ฉันจะช่วยเขาอย่างไร” ไม่ใช่การทอดทิ้งตัวเอง แต่เป็นการไม่ยึดติดกับความสบายหรือผลประโยชน์ส่วนตัวเป็นหลัก ผู้เชื่อถูกเรียกให้มีชีวิตที่ “เหลียวดูผู้อื่น” ด้วยความห่วงใยจริงใจ

ข้อ 5 – จงมีน้ำใจอย่างเดียวกับพระคริสต์

 

“จงมีน้ำใจอย่างเดียวกันกับที่มีในพระเยซูคริสต์”

 

น้ำใจที่ว่านี้คือ ความถ่อมใจและการเสียสละ พระเจ้าไม่ได้มองแค่การกระทำภายนอก แต่ทรงมองเจตคติในใจ คริสเตียนต้องเลิกคิดแบบโลก (ยกตน ข่มท่าน) แล้วรับเอาแบบอย่างของพระคริสต์มาตั้งเป็นมาตรฐานของชีวิต

ข้อ 6 – พระคริสต์ไม่หวงสิทธิ์ความเป็นพระเจ้า

 

“แม้พระองค์ทรงอยู่ในสภาพของพระเจ้า แต่พระองค์มิได้ทรงถือว่าความเท่าเทียมกับพระเจ้าเป็นสิ่งที่ต้องหวงแหน”

 

พระเยซูทรงมีความยิ่งใหญ่สูงสุด (อยู่ในสภาพของพระเจ้า) แต่พระองค์ ไม่ยึดติด กับเกียรติสิริหรือสิทธิอำนาจนั้น ศัพท์ดั้งเดิมหมายถึงไม่จับไว้แน่นเหมือนโจรขโมยของ แสดงถึงความสมัครใจที่จะสละสิทธิ์ของพระองค์เอง

ข้อ 7 – ทรงสละและรับสภาพผู้รับใช้

“แต่ทรงสละพระองค์เอง ทรงรับสภาพของผู้รับใช้ และทรงถือกำเนิดเป็นมนุษย์”

· ทรงสละพระองค์ = ทำให้พระองค์ว่างเปล่า ไม่ใช่สละความเป็นพระเจ้า แต่สละสง่าราศีฝ่ายพระเจ้าในช่วงที่ทรงอยู่บนโลก

· สภาพผู้รับใช้ = พระองค์มาหาเราไม่ใช่มาเป็นกษัตริย์บังคับ แต่มาล้างเท้า ปรนนิบัติ จนถึงสิ้นพระชนม์เพื่อมนุษย์

· ถือกำเนิดเป็นมนุษย์ = พระเจ้าผู้บริสุทธิ์ทรงรับธรรมชาติของเราที่อ่อนแอ ทรยศได้ เพื่อจะไถ่เรา

ข้อ 8 – ถ่อมและเชื่อฟังจนสิ้นใจ

“ทรงถ่อมพระองค์ลง ทรงยอมเชื่อฟังจนถึงความตาย กระทั่งความตายบนไม้กางเขน”

 

ถือเป็นจุดสูงสุดแห่งการถ่อมใจ:

 

· ถ่อมสามขั้น: สละสิทธิ์ → รับร่างมนุษย์ → ยอมตาย

· ยอมแม้กระทั่ง ความตายที่อัปยศที่สุด ของสมัยนั้น (ตายบนไม้กางเขน ถูกดูหมิ่นว่าเป็นคำสาปแช่ง) เพื่อแสดงถึงความรักที่ไม่มีขีดจำกัด

สรุปหลักที่ควรจำ

1. แบบอย่างของพระคริสต์ คือการสละสิทธิ์เพื่อประโยชน์ของคนอื่น โดยไม่คิดถึงศักดิ์ศรีของตัวเองก่อน

2. การเชื่อฟัง คือทางแห่งการรับใช้ ไม่ใช่การควบคุม

3. ผู้เชื่อ ต้องมี “ความคิดใหม่” คือ ไม่ดึงดันในสิ่งที่ตัวเองควรได้ แต่มองหาโอกาสที่จะเสียสละเพื่อผู้อื่น และเพื่อรับใช้พระเจ้า

 

หากท่านอยากได้ตัวอย่างการนำข้อนี้ไปใช้ในชีวิตประจำวัน (ครอบครัว ที่ทำงาน หรือคริสตจักร) ก็บอกได้นะครับ 🙏

สถาบันศีลมหาสนิท

Details
Written by: Chatrapong meesa
Category: พระคริสต์ธรรมคัมภีร์
Published: 27 April 2026
Hits: 62

 

พระธรรมมาระโก บทที่ 14:22-26

m0v8kes7iZSGxT19KCq-o

22 ระหว่างอาหารมื้อนั้น พระเยซูทรงหยิบขนมปังมา ทรงขอบพระคุณ แล้วหักส่งให้แก่เหล่าสาวกตรัสว่า “จงรับเถิด นี่เป็นกายของเรา”

23 แล้วพระองค์จึงทรงหยิบถ้วย ขอบพระคุณและส่งให้เขา เขาก็รับไปดื่มทุกคน

24 แล้วพระองค์ตรัสแก่เขาว่า “นี่เป็นโลหิตของเราอันเป็นโลหิตแห่งพันธสัญญาใหม่ ซึ่งต้องหลั่งออกเพื่อคนเป็นอันมาก

25 เราบอกความจริงแก่ท่านทั้งหลายว่า เราจะไม่ดื่มน้ำผลแห่งเถาองุ่นนี้ต่อไปอีกจนวันนั้นมาถึง คือวันที่เราจะดื่มใหม่ในอาณาจักรของพระเจ้า” 

26 เมื่อร้องเพลงสรรเสริญแล้ว พระองค์กับเหล่าสาวกก็พากันออกไปยังภูเขามะกอกเทศ

แน่นอนครับ ขออนุญาตอธิบายเพิ่มเติมเกี่ยวกับ มาระโก 14:22-26 (ฉบับ KJV) ในแง่มุมต่างๆ ดังนี้ครับ

1. บริบทของเหตุการณ์

ข้อความนี้อยู่ในช่วง “อาหารค่ำมื้อสุดท้าย” (The Last Supper) ก่อนที่พระเยซูจะถูกจับกุมและตรึงกางเขน เหตุการณ์นี้เป็นการฉลองเทศกาลปัสกา (Passover) ของชาวยิว ซึ่งระลึกถึงการที่พระเจ้าช่วยชนชาติอิสราเอลออกจากอียิปต์ พระเยซูทรงเปลี่ยนความหมายของอาหารปัสกานี้ให้เป็นสัญลักษณ์ของการช่วยไถ่บาปของมนุษย์ผ่านการสิ้นพระชนม์ของพระองค์

2. ความหมายของ “กาย” และ “โลหิต”

· “This is my body” (นี่เป็นกายของเรา) – ขนมปังที่หักเป็นตัวแทนของร่างกายของพระเยซูที่จะถูกทรมานและหัก (สิ้นพระชนม์) เพื่อมนุษย์ พระองค์ตรัสว่า “Take, eat” (จงรับกินเถิด) เป็นการเชิญให้ผู้เชื่อมีส่วนในความทุกข์ทรมานและการสิ้นพระชนม์ของพระองค์อย่างลึกซึ้ง

· “This is my blood of the new testament” (นี่เป็นโลหิตของเราอันเป็นโลหิตแห่งพันธสัญญาใหม่) – โลหิตในพระคัมภีร์หมายถึงชีวิตและการลบล้างบาป พันธสัญญาเดิมใช้โลหิตสัตว์มาชำระบาปชั่วคราว แต่พระเยซูทรงใช้โลหิตของพระองค์เองเพื่อตั้ง พันธสัญญาใหม่ (New Covenant) ซึ่งให้การอภัยบาปถาวรแก่ทุกคนที่เชื่อ

3. คำว่า “ใหม่” ในข้อ 25

“I will drink no more of the fruit of the vine, until that day that I drink it new in the kingdom of God.”

พระเยซูทรงประกาศว่าจะไม่ดื่มน้ำผลจากเถาองุ่นอีกเลย จนกว่าจะได้ดื่ม “ใหม่” ในอาณาจักรของพระเจ้า คำนี้ชี้ไปที่ งานเลี้ยงในอาณาจักรแห่งสวรรค์ (The Messianic Banquet) เมื่อพระองค์จะกลับมาอีกครั้งและร่วมรับประทานอาหารกับประชากรของพระองค์ในสภาวะที่สมบูรณ์แบบ นี่คือความหวังของการเสด็จกลับมาครั้งที่สอง

4. การร้องเพลงสรรเสริญ (ข้อ 26)

“And when they had sung an hymn”

หลังจากรับประทานอาหารแล้ว พวกเขาร้องเพลงสดุดี (โดยทั่วไปเชื่อว่าคือ สดุดี 115-118 ซึ่งเป็นชุดเพลง “ฮัลเลล” – Hallel) ที่ใช้ในเทศกาลปัสกา การร้องเพลงนี้แสดงถึงความเชื่อและการถวายเกียรติ แม้พระเยซูจะทรงทราบว่าอีกไม่นานจะทรงถูกทรยศและสิ้นพระชนม์ แต่พระองค์ยังคงทรงนมัสการพระเจ้า

5. นัยสำคัญทางเทววิทยาสำหรับคริสเตียน

· เป็นที่มาของ พิธีศีลมหาสนิท (Eucharist หรือ Holy Communion / Lord’s Supper) ที่คริสตจักรยึดถือปฏิบัติสืบมา

· คริสตจักรโปรเตสแตนต์ (รวมถึงผู้นับถือ KJV) มองว่า ขนมปังและเหล้าองุ่นเป็น สัญลักษณ์ ที่ระลึกถึงการเสียสละของพระคริสต์ (ไม่ใช่เปลี่ยนเป็นกายและโลหิตจริงๆ เหมือนในนิกายโรมันคาทอลิก)

· เน้นย้ำว่า ความรอดไม่ได้เกิดจากการรักษาพระบัญญัติอีกต่อไป แต่เกิดจากความเชื่อในโลหิตของพระเยซูที่ชำระบาป

6. ความแตกต่างของฉบับ KJV กับฉบับแปลอื่น ๆ

· KJV ใช้คำว่า “new testament” (พันธสัญญาใหม่) ในข้อ 24 ขณะที่บางฉบับแปลว่า “new covenant” เพราะคำภาษากรีกเดิมคือ διαθήκη (diatheke) แปลได้ทั้งสองแบบ

· สำนวนของ KJV ฟังดูโบราณและเคร่งขรึม เหมาะสำหรับการท่องจำและใช้ในพิธีกรรม

หากมีข้อสงสัยเพิ่มเติมหรือต้องการให้ช่วยอธิบายศัพท์หรือแนวคิดไหนอีก ยินดีมากครับ ขอพระเจ้าอวยพรท่านครับ 🙏

 

 

Page 8 of 11

  • 2
  • 3
  • 4
  • 5
  • 6
  • 7
  • 8
  • 9
  • 10
  • 11

ใหม่มาแรง ( การเรียนรู้และการแสวงหา)

  • คำศัพท์สำคัญที่ใช้ในไบเบิลพันธสัญญาเดิม
  • พยัญชนะในภาษาฮิบรู
  • Download รายชื่อหนังสือจำนวนบทจำนวนพระคำทั้งหมด
  • บทความแปลใหม่ล่าสุดมาแรง
  • คำศัพท์ภาษาอังกฤษที่ควรรู้
  • ภาษากรีกในพระคัมภีร์ใหม่
  • จุดเริ่มต้นของข่าวประเสริฐ
  • เธโอฟีลัส theophilus คือใคร
  • Theophilus Download PDF
  • การนำเอาพระวัจน ไปใช้ในชีวิตประจําวัน

External Link

  • Bible Believers
  • เรียนพระคริสต์ธรรมคัมภีร์ ประกอบรูปภาพ
  • The words1

การ์ตูนคริสเตียน

  • การ์ตูน คริสเตียน1
  • ใครจะรู้?
  • พระคริสต์ได้ทรงคืนพระชนม์อีก
  • คำอุปมาเรื่องคอกแกะ

Main Menu

  • ข่าวประเสริฐและพระกิตติคุณของพระเยซูคริสต์
  • รายชื่อหนังสือในพันธสัญญาเดิมภาษาสเปน
  • รายชื่อหนังสือในพระคัมภีร์พันธสัญญาใหม่ภาษาสเปน
  • รายชื่อหนังสือภาษาจีนในพันธสัญญาใหม่
  • รายชื่อหนังสือภาษาจีนในพันธสัญญาเดิม
  • พระคริสต์ธรรมคัมภีร์ภาษาจีน
  • About Us
  • ดาวน์โหลดไฟล์ PDF รายชื่อหนังสือในพันธะสัญญาใหม่ภาษาจีน
  • ดาวน์โหลดไฟล์รายชื่อหนังสือภาษาจีนในพันธสัญญาเดิม
  • Download รายชื่อหนังสือภาษาสเปนในพันธสัญญาใหม่
  • ดาวน์โหลดชื่อหนังสือในภาษาสเปนพันธะสัญญาเดิม
  • ดาวน์โหลดรายชื่อหนังสือทั้งหมดใน Chinese Bible
  • Download รายชื่อหนังสือที้งหมดในJapanese Bible
  • Download The name of books in Italian Bibbia
Copyright © 2026 raphaelbooks. com. All Rights Reserved.
Joomla! is Free Software released under the GNU General Public License.

Bible Gateway's Verse of the Day

A daily word of exultation.
  • Matthew 16:25
    “For whoever wants to save their life will lose it, but whoever loses their life for me will find it.”

Chronological Bible In A Year Daily Readings

Read through the Chronological Bible In A Year at bibleinayearonline.com Chronological Bible In A Year Daily Readings
  • Sat, Jun 27
    Chronological Bible In A Year Daily Readings - HOSEA 9:1-14:9