1. You are here:  

ข่าวประเสริฐและพระกิตติคุณของพระเยซูคริสต์

จงฟังคำแนะนำและรับคำเตือนสติที่ขัดใจเพื่อจะได้ปัญญาสำหรับอนาคต

Details
Written by: Chatrapong meesa
Category: พระคริสต์ธรรมคัมภีร์
Published: 27 April 2026
Hits: 185
  • พระธรรมสุภาษิต19:20-21:

 

พระธรรมสุภาษิต19:20-21

teaching

20 จงฟังคำแนะนำและรับคำเตือนสติเพื่อชาติจะได้ปัญญาสำหรับอนาคต 21 ในใจของมนุษย์มีแผนงานเป็นอันมากแต่พระประสงค์ของพระเจ้านั่นแหละจะดำรงอยู่ได้

การอรรถาธิบาย

 ข้อ 20: “จงฟังคำแนะนำ และรับคำสั่งสอน เพื่อเจ้าจะได้เป็นคนมีปัญญาในบั้นปลายของเจ้า”

· การฟังและรับ หมายถึงท่าทีที่ถ่อมใจ ไม่แข็งข้อหรือดื้อรั้นต่อคำตักเตือน แม้บางครั้งคำแนะนำนั้นอาจเจ็บปวดหรือขัดกับความต้องการของตน

· คำแนะนำ ( counsel) และ คำสั่งสอน (instruction) ในภาษาฮีบรู มีความแตกต่างกันเล็กน้อย( nuance) : คำแนะนำมักมาในรูปแบบการชี้ทางจากผู้มีประสบการณ์ ส่วนคำสั่งสอนรวมถึงการฝึกวินัยหรือการแก้ไข

· ปัญญาในบั้นปลาย ไม่ใช่แค่ความรู้ แต่เป็นความสามารถในการดำเนินชีวิตที่ถูกต้องและราบรื่นเมื่อผ่านการลองผิดลองถูกภายใต้การชี้นำของพระเจ้าและคนรอบข้าง ปัญญาจะปรากฏชัดเมื่อเราอายุมากขึ้น หรือเมื่อผ่านพ้นวิกฤติไปได้เพราะได้ฟังก่อนหน้า

· หลักปฏิบัติ: อย่าดูถูกคำเตือนของพ่อแม่ ครูบาอาจารย์ หรือเพื่อนที่หวังดี จงเปิดใจทบทวนก่อนตัดสินใจ เพราะผลดีจะเกิดขึ้นในระยะยาว

ข้อ 21: “ในใจของมนุษย์มีแผนงานเป็นอันมาก แต่คำปรึกษาของพระเยโฮวาห์นั้นแหละ จะดำรงอยู่ได้”

· “แผนงานเป็นอันมาก” มนุษย์เป็นนักวางแผนโดยธรรมชาติ – เราคิดหลายทาง หลายเป้าหมาย บางข้อขัดแย้งกันเอง และหลายแผนล้มเหลวเพราะอยู่บนพื้นฐานของอัตตา หรือความไม่รู้เหตุการณ์ข้างหน้า

· คำปรึกษาของพระเยโฮวาห์ (the counsel of the LORD) หมายถึงพระดำริ แผนการ หรือพระประสงค์ของพระเจ้า ซึ่งเปรียบเสมือนเส้นด้ายที่ถักทอประวัติศาสตร์และชีวิตแต่ละคนให้บรรลุเป้าหมายสูงสุดของพระองค์ (ดู เอเฟซัส 1:11)

· จะดำรงอยู่ได้ (shall stand) – ในภาษาฮีบรูคำว่า “qum” แปลว่า ลุกขึ้น, ตั้งมั่น, ไม่ถูกโค่นล้ม แม้มนุษย์จะวางแผนสวนทางหรือพยายามขัดขวาง แต่แผนการของพระเจ้าย่อมสัมฤทธิ์ผลเสมอ (โยบ 42:2; อิสยาห์ 46:10)

· การประยุกต์ใช้:

  1. ถ่อมใจในการวางแผน – เราควรวางแผนอย่างรอบคอบ (ข้อ 20) แต่ยอมให้พระเจ้าเป็นผู้กำหนดผลลัพธ์ (ยกตัวอย่าง ยากอบ 4:13-15)

  2. วางใจเมื่อแผนพัง – เมื่อแผนของเราไม่เป็นดังหวัง ไม่ใช่ความล้มเหลวเสมอไป แต่พระเจ้าอาจกำลังทรงนำไปสู่แผนการที่ดีกว่า หรือป้องกันเราจากหายนะที่เรามองไม่เห็น

  3. สันติสุข – เพราะรู้ว่าท้ายที่สุดสิ่งที่พระเจ้าตรัสไว้จะตั้งมั่น เราจึงไม่ต้องร้อนรนหรือหักโหมจนเกินเหตุ

สรุปเชื่อมสองข้อ:

ข้อ 20 เรียกร้องให้มนุษย์แสวงหาปัญญาโดยการฟังคำแนะนำจากภายนอกและจากพระเจ้า ส่วนข้อ 21 เตือนว่าแม้มนุษย์จะฉลาดแค่ไหน แผนของเราอาจเปลี่ยนแปลงหรือล้มเหลว แต่แผนการของพระเจ้าสูงสุดและแน่นอน ดังนั้นจงทำหน้าที่ของเราคือ “ฟัง รับ วางแผนอย่างมีปัญญา” และฝากผลลัพธ์ไว้กับพระองค์ – นั่นคือวิถีแห่งคนชอบธรรม

 คำว่า "คำแนะนำและคำสั่งสอน" แปลเป็นภาษาฮีบรูได้ดังนี้:

עֵצָה וְהוֹרָאָה(อ่านว่า Etsah ve-Hora'ah)

· עֵצָה (Etsah) = คำแนะนำ, คำปรึกษา

· הוֹרָאָה (Hora'ah) = คำสั่งสอน, การชี้แนะ

หากต้องการสื่อถึง "คำสั่งสอน" ในเชิงศีลธรรมหรือวินัย (discipline) อาจใช้ מוּסָר (Musar) แทน ก็จะเป็น עֵצָה וּמוּסָר (Etsah u-Musar).

 

พระธรรมสดุดี126และการฟื้นฟูครั้งใหม่

Details
Written by: Chatrapong meesa
Category: พระคริสต์ธรรมคัมภีร์
Published: 26 April 2026
Hits: 278
  • มัทธิว11:28-29-30
  • :
  • Son's of korah psalm126:

 

พระธรรมสดุดี126

ดาวน์โหลด_2

พระธรรมสดุดี 126 เป็นหนึ่งในบทเพลงสดุดีที่สั้นแต่ทรงพลังมาก จัดอยู่ในกลุ่ม “เพลงสดุดีแห่งการขึ้นไป” (บทที่ 120–134) ที่ชาวอิสราเอลใช้ร้องระหว่างเดินทางขึ้นไปนมัสการพระเจ้ากรุงเยรูซาเล็ม

นี่คือเนื้อหาและคำอธิบายเพื่อให้เข้าใจลึกซึ้งยิ่งขึ้น:

พระคัมภีร์ (ฉบับมาตรฐาน)

1 เมื่อพระเจ้าทรงนำผู้ที่ถูกกวาดไปเป็นเชลยกลับคืนสู่ศิโยน
พวกเราก็เป็นเหมือนคนที่ฝัน
2 แล้วปากของเราก็เปี่ยมด้วยเสียงหัวเราะ
และลิ้นของเราก็เปี่ยมด้วยบทเพลงแห่งความยินดี
แล้วชนต่างชาติก็พูดกันว่า
“พระเจ้าได้ทรงกระทำกิจยิ่งใหญ่เพื่อพวกเขา”
3 พระเจ้าได้ทรงกระทำกิจยิ่งใหญ่เพื่อพวกเรา
เราก็ชื่นชมยินดี

4 ข้าแต่พระเจ้า ขอทรงนำผู้ที่ถูกกวาดไปเป็นเชลยกลับคืนมา
เหมือนกับลำธารในเนเกบ
5 ผู้ที่หว่านด้วยน้ำตา
จะเก็บเกี่ยวด้วยเสียงเพลงแห่งความยินดี
6 แม้ผู้ที่ออกไปร้องไห้ขณะหว่านเมล็ดพืช
แต่จะกลับมาด้วยเสียงเพลงแห่งความยินดี ขณะนำฟ่อนข้าวมา

บริบทและความหมาย

1. ช่วงเวลาของการหวนกลับ (ข้อ 1-3)

บทสดุดีนี้กล่าวถึงช่วงเวลาที่พระเจ้าทรงนำชนชาติอิสราเอลกลับจากการเป็นเชลยในบาบิโลน (ประมาณ 538 ปีก่อนคริสตกาล)

  • “เป็นเหมือนคนที่ฝัน” : ความสุขที่เกิดขึ้นยิ่งใหญ่เกินกว่าจะคาดคิด จนรู้สึกเหมือนอยู่ในความฝัน ความเจ็บปวดที่ยาวนานถูกเปลี่ยนเป็นความชื่นชมอย่างไม่คาดฝัน
    · “ชนต่างชาติก็พูดกันว่า” : การฟื้นฟูของประชากรของพระเจ้าเป็นพยานถึงฤทธานุภาพของพระองค์ต่อคนทั้งโลก

2. คำอธิษฐานเพื่อการฟื้นฟูที่สมบูรณ์ (ข้อ 4)

แม้จะกลับมาแล้ว แต่สถานการณ์ยังไม่สมบูรณ์เต็มที่ ผู้สดุดีจึงอธิษฐาน:

  • “เหมือนกับลำธารในเนเกบ” : เนเกบคือทะเลทรายทางตอนใต้ของอิสราเอล ที่มีลำธารซึ่งแห้งขอดในช่วงฤดูแล้ง แต่เมื่อฝนตกในฤดูหนาว น้ำจะไหลหลากอย่างรวดเร็วและทำให้เกิดชีวิตขึ้นมาใหม่
    · คำอธิษฐานนี้ หมายถึง ขอให้พระเจ้าทรงฟื้นฟูสิ่งที่ “แห้งแล้ง” ให้กลับมามีชีวิตชีวาอย่างรวดเร็วและอุดมสมบูรณ์

3. หลักการแห่งน้ำตาและการเก็บเกี่ยว (ข้อ 5-6)

นี่เป็นข้อพระคัมภีร์ที่เป็นที่รู้จักมากที่สุดของบทนี้ เป็นหลักการทางจิตวิญญาณที่อยู่นอกเหนือกาลเวลา:

  • “ผู้ที่หว่านด้วยน้ำตา” : การงานที่ทำท่ามกลางความยากลำบาก ความเจ็บปวด ความอดทน หรือการเสียสละ
    · “จะเก็บเกี่ยวด้วยเสียงเพลงแห่งความยินดี” : ผลลัพธ์ที่ได้จะไม่ใช่แค่ความสำเร็จธรรมดา แต่เป็นความยินดีที่ลึกซึ้งและมีชัยชนะ

ข้อคิด

1. ความทรงจำคือพลัง : การระลึกถึงความยิ่งใหญ่ที่พระองค์ทรงทำในอดีต (ข้อ 1-3) เป็นรากฐานของความหวังในปัจจุบัน เมื่อเรากำลังรอคอย “การฟื้นฟู” ครั้งใหม่
2. อย่ามองข้ามฤดูแห่งน้ำตา : ในชีวิตฝ่ายวิญญาณ บางครั้งเราอยู่ใน “ฤดูหว่าน” ที่ต้องเสียสละและเจ็บปวด บทสดุดีนี้รับรองว่า ฤดูนั้นไม่สูญเปล่า หากเราหว่านด้วยความเชื่อ น้ำตาเหล่านั้นจะกลายเป็นเมล็ดพันธุ์ที่งอกงาม
3. พยานแก่โลก : การที่ผู้คนรอบข้าง (ชนต่างชาติ) เห็นการเปลี่ยนแปลงในชีวิตของเราและยกย่องพระเจ้า ถือเป็นเป้าหมายสูงสุดของการฟื้นฟู

หากคุณกำลังอยู่ในช่วงเวลาที่รู้สึกเหนื่อยล้า คล้ายกับ “เนเกบที่แห้งผาก” หรือกำลัง “หว่านด้วยน้ำตา” บทสดุดีข้อ 5-6 คือพระสัญญาที่จะช่วยให้คุณมีกำลังใจที่จะก้าวต่อไป

โธมัสไม่เชื่อ

Details
Written by: Chatrapong meesa
Category: พระคริสต์ธรรมคัมภีร์
Published: 26 April 2026
Hits: 167
  • :

 

พระธรรมยอห์น20:24-31

St.-Thomas

 ครับ ขออรรถาธิบายเพิ่มเติมสำหรับ ยอห์น 20:24-31 เพื่อให้เห็นความหมายที่ลึกซึ้งยิ่งขึ้น

 

1. โธมัสผู้สงสัย (ข้อ 24-25)

 

โธมัสไม่ได้อยู่กับสาวกกลุ่มแรกที่เห็นพระเยซูหลังคืนพระชนม์ ชื่อ “ดิทิมัส” (Didymus) แปลว่า “ฝาแฝด” เขาไม่ได้สงสัยเพราะดื้อรั้น แต่เพราะความรักและความจริงใจ – เขาต้องการหลักฐานที่จับต้องได้ ไม่ใช่ข่าวลือ คำพูดที่ว่า “ถ้าไม่เห็น...เราไม่เชื่อ” แสดงถึงมาตรฐานเชิงประจักษ์ ซึ่งพระเยซูก็ทรงตอบสนองต่อความต้องการนั้นด้วยพระเมตตา

 

2. พระเยซูทรงยอมรับข้อจำกัดของมนุษย์ (ข้อ 26-27)

 

หลังจากแปดวัน พระเยซูเสด็จมาอีกครั้ง แม้ประตูจะปิดสนิท พระองค์ตรัสทักโธมัสโดยตรงโดยไม่ดุด่า ทรงเชื้อเชิญให้สัมผัสบาดแผล นี่แสดงว่าพระองค์ไม่ทรงตำหนิความสงสัยที่จริงใจ แต่ทรงใช้มันเป็นโอกาสเสริมสร้างความเชื่อให้เข้มแข็งขึ้น

 

3. คำประกาศสูงสุดของโธมัส (ข้อ 28)

 

“องค์พระผู้เป็นเจ้าของข้าพระองค์ และพระเจ้าของข้าพระองค์” (My Lord and my God) เป็นคำกล่าวที่ชัดเจนที่สุดในพระกิตติคุณที่ยอมรับว่าพระเยซูทรงเป็นทั้งเจ้านาย (Lord) และพระเจ้า (God) ในฉบับ KJV คำว่า “Lord” (Kyrios) และ “God” (Theos) ใช้กับพระเยซูโดยตรง ไม่มีข้อสงสัยว่าโธมัสเปลี่ยนจากผู้ไม่เชื่อมาเป็นผู้นมัสการพระเจ้าองค์จริง

 

4. บทเรียนเรื่อง “ความเชื่อโดยไม่เห็น” (ข้อ 29)

 

พระเยซูตรัสว่า “คนทั้งหลายที่ไม่ได้เห็นแต่ก็เชื่อก็เป็นสุข” นี่คือหัวใจของคริสเตียนทุกยุคทุกสมัย เราไม่ได้เห็นพระองค์ทางกาย แต่เราเชื่อโดยผ่านคำพยานของพระคัมภีร์และฤทธิ์เดชของพระวิญญาณบริสุทธิ์ ความสุข (blessedness) นี้เหนือกว่าประสบการณ์ทางประสาทสัมผัส

 

5. จุดประสงค์ของพระกิตติคุณยอห์น (ข้อ 30-31)

 

ยอห์นยอมรับว่ามีหมายสำคัญอื่นอีกมากที่พระเยซูทรงทำ แต่สิ่งที่เลือกมาเขียนนั้นมีเป้าหมายเดียว: เพื่อให้ผู้อ่านเชื่อว่าพระเยซูคือพระคริสต์ พระบุตรของพระเจ้า และเมื่อเชื่อแล้วจะมีชีวิตในพระนามของพระองค์ ดังนั้นข้อพระคัมภีร์ตอนนี้จึงเป็นเหมือน “คำประกาศพันธกิจ” ของหนังสือยอห์นทั้งเล่ม

 

สรุปสาระสำคัญ

 

· พระเจ้าทรงเห็นอกเห็นใจผู้ที่สงสัยอย่างจริงใจ และทรงจัดเตรียมหลักฐานพอเพียง

· ความเชื่อที่เกิดจากการเห็นเป็นเรื่องดี แต่ความเชื่อโดยไม่เห็นนั้นได้รับพระพรยิ่งใหญ่กว่า

· จุดสูงสุดของความเชื่อคือการนมัสการพระเยซูในฐานะองค์พระผู้เป็นเจ้าและพระเจ้า

· พระคัมภีร์มีไว้เพื่อสร้างความเชื่อที่นำไปสู่ชีวิตนิรันดร์

 

หากต้องการเจาะลึกในประเด็นใดเพิ่มเติม เช่น ความหมายของ “ชีวิตในพระนามของพระองค์” หรือเทววิทยาว่าด้วยบาดแผลหลังการคืนพระชนม์ บอกได้เลยครับ

ความเชื่อที่เลื่องลือไป

Details
Written by: Chatrapong meesa
Category: พระคริสต์ธรรมคัมภีร์
Published: 26 April 2026
Hits: 223
  • ความเชื่อที่เลื่องลือไป:

 

พระธรรมโรม1:8-17

images_3

 

📖 อรรถกถา โรม 1:8-17 (อธิบายตามตัวบทและบริบท)

1. ข้อ 8-10 : การขอบพระคุณและการอธิษฐานไม่ว่างเว้น

เปาโลเริ่มด้วยการขอบพระคุณพระเจ้าเพราะ “ความเชื่อของท่านทั้งหลายเลื่องลือไปทั่วโลก” คริสตจักรในกรุงโรม (ซึ่งเปาโลยังไม่เคยไปเยือน) มีชื่อเสียงด้านความเชื่อแม้อยู่ใจกลางอาณาจักรโรมัน คำว่า “ทั่วโลก” ในที่นี้หมายถึงทั่วทั้งจักรวรรดิโรมัน เปาโลใช้คำว่า “รับใช้ด้วยชีวิตจิตใจ” (ข้อ 9) แสดงถึงการปรนนิบัติด้วยสุดจิตวิญญาณของเขา และเขา “เอ่ยถึงท่านทั้งหลายเสมอไม่ว่างเว้น” แสดงถึงความรักและภาระอันแรงกล้าที่มีต่อพี่น้องที่เขาไม่เคยเห็นหน้า

2. ข้อ 11-13 : ความปรารถนาที่จะไปเยี่ยมเพื่อหนุนใจกัน

เปาโลต้องการไปให้ “ของประทานฝ่ายจิตวิญญาณ” มิใช่ของประทานเหนือธรรมชาติแบบพิเศษ แต่หมายถึงคำสอน การหนุนใจ และการเสริมสร้างในความเชื่อ เขาย้ำว่าการรับใช้ของอัครทูตไม่ใช่ทางเดียว แต่เป็น “หนุนใจซึ่งกันและกัน” (ข้อ 12) – แม้เปาโลจะเป็นผู้รับใช้ใหญ่ ท่านก็ยังถ่อมใจว่าพี่น้องก็หนุนใจท่านได้เช่นกัน คำว่า “เก็บเกี่ยวผล” (ข้อ 13) หมายถึงการเห็นคนบาปกลับใจใหม่และเติบโตในความเชื่อ อุปสรรคที่ขัดข้องอาจหมายถึงการถูกขัดขวางโดยซาตานหรือพันธกิจที่อื่น

3. ข้อ 14-15 : “เป็นหนี้” ข่าวประเสริฐ

เปาโลประกาศว่า “ข้าพเจ้าเป็นหนี้” ทุกคน – ทั้ง “กรีก” (ผู้มีวัฒนธรรม) และ “ชาวป่า” (คนต่างชาติที่ถูกมองว่าด้อยวัฒนธรรม) ทั้งนักปราชญ์และคนเขลา นี่คือจิตสำนึกของผู้ได้รับความรอดแล้ว: ไม่ใช่ได้รับข่าวประเสริฐมาเพื่อตัวคนเดียว แต่เป็นหนี้ที่จะประกาศให้ทุกคน

4. ข้อ 16 : ไม่ละอายเพราะฤทธิ์เดชของพระเจ้า

หัวใจของพระธรรมโรม: “ข้าพเจ้าไม่มีความละอายในเรื่องข่าวประเสริฐ” ในสังคมโรมัน การนับถือพระเยซูที่ถูกตรึงกางเขนเป็นสิ่งน่าอับอาย แต่เปาโลประกาศว่าข่าวประเสริฐคือ “ฤทธิ์เดชของพระเจ้าเพื่อให้ทุกคนที่เชื่อได้รับความรอด” เรียงลำดับ “พวกยิวก่อน และพวกกรีกด้วย” แสดงว่าพระเจ้าทรงรักษาสัญญากับอิสราเอลก่อน แล้วจึงขยายไปถึงคนต่างชาติ

5. ข้อ 17 : ความชอบธรรมโดยความเชื่อ – ใจความสำคัญที่สุด

“ความชอบธรรมของพระเจ้า” ในที่นี้ไม่ใช่คุณลักษณะของพระเจ้า แต่เป็นสถานะที่พระเจ้าประทานให้แก่ผู้เชื่อโดยพระคุณ คือการที่พระเจ้าทรง “ทำให้คนบาปเป็นผู้ชอบธรรม” ผ่านความเชื่อในพระคริสต์ “โดยเริ่มต้นก็ความเชื่อ สุดท้ายก็ความเชื่อ” (ek pisteōs eis pistin) – จากความเชื่อสู่ความเชื่อ หมายถึงทั้งเริ่มต้นด้วยความเชื่อ และดำเนินชีวิตต่อไปด้วยความเชื่อ หรือหมายถึงความเชื่อของพระเจ้าที่สำแดงผ่านความเชื่อของมนุษย์ หรือจากความเชื่อของผู้เผยพระวจนะในอดีตสู่ความเชื่อของผู้เชื่อปัจจุบัน เปาโลสรุปด้วยคำคมจาก ฮาบากุก 2:4 (ตามฉบับเซปตัวจินต์) ว่า “คนชอบธรรมจะมีชีวิตดำรงอยู่โดยความเชื่อ” – ความเชื่อไม่ใช่แค่หลักเริ่มต้น แต่เป็นวิถีชีวิตทั้งม

🙏คำเทศนาของ ท่านศาสนาจารย์ พิเศษ (มุมมองเทศนาและข้อปฏิบัติ)

เรียนท่านพี่น้องที่รัก

วันนี้เราเห็นหัวใจของอัครทูตเปาโล ท่านรักคนที่ไม่เคยเห็นหน้า ท่านอธิษฐานเผื่อเขาไม่ว่างเว้น ท่านมีความปรารถนาที่จะไปเยี่ยมเพื่อหนุนใจเขา นี่คือแบบอย่างของผู้รับใช้ที่แท้จริง – ไม่ใช่เพื่อชื่อเสียง แต่เพื่อเสริมกำลังพี่น้อง

และท่านประกาศว่า “ข้าพเจ้าเป็นหนี้” ท่านศาสนาจารย์ขอถามว่า: เราเคยรู้สึกเป็นหนี้ข่าวประเสริฐบ้างไหม? เรารู้สึกอับอายไหมเมื่อพูดถึงพระเยซูในที่ทำงาน ในโรงเรียน กับเพื่อนบ้าน? เปาโลบอกว่า “ข้าพเจ้าไม่มีความละอาย” – เพราะข่าวประเสริฐคือฤทธิ์เดชของพระเจ้า! ฤทธิ์เดชช่วยคนบาปให้รอดได้ ไม่ใช่แค่ทำให้ชีวิตดีขึ้น แต่ช่วยให้รอดจากนรกและบาป

พี่น้องครับ หลายคนคิดว่าความเชื่อเป็นแค่ปฐมบท แล้วต่อไปต้องอาศัยการประพฤติหรือกฎบัญญัติ แต่พระคัมภีร์ยืนยันว่า “คนชอบธรรมจะมีชีวิตดำรงอยู่โดยความเชื่อ” – เริ่มด้วยความเชื่อ ดำเนินด้วยความเชื่อ สิ้นสุดด้วยความเชื่อ ไม่ใช่โดยการกระทำดีเพื่อให้รอด แต่โดยความเชื่อเราจึงรอด แล้วความเชื่อนั้นจะผลิตการกระทำดีออกมา

วันนี้ท่านกำลังวางใจในอะไร? วางใจในความดีของตนเอง? วางใจในพิธีกรรม? วางใจในบัพติศมา? จงหันมาวางใจในพระเยซูคริสต์ผู้เดียว! เพราะความชอบธรรมที่พระเจ้าทรงยอมรับนั้นมาโดยความเชื่อเท่านั้น

ขอให้เราเป็นคริสตจักรที่ชื่อเสียงเรื่องความเชื่อเลื่องลือ เหมือนคริสตจักรในโรม และขอให้เรามีใจของเปาโลที่ว่า “ข้าพเจ้าเต็มใจพร้อมที่จะประกาศข่าวประเสริฐ” อย่าละอาย อย่ากลัว เพราะฤทธิ์เดชของพระเจ้าอยู่กับเรา

อาเมน

Page 11 of 12

  • 3
  • 4
  • 5
  • 6
  • 7
  • 8
  • 9
  • 10
  • 11
  • 12

ใหม่มาแรง ( การเรียนรู้และการแสวงหา)

  • คำศัพท์สำคัญที่ใช้ในไบเบิลพันธสัญญาเดิม
  • พยัญชนะในภาษาฮิบรู
  • Download รายชื่อหนังสือจำนวนบทจำนวนพระคำทั้งหมด
  • บทความแปลใหม่ล่าสุดมาแรง
  • คำศัพท์ภาษาอังกฤษที่ควรรู้
  • ภาษากรีกในพระคัมภีร์ใหม่
  • จุดเริ่มต้นของข่าวประเสริฐ
  • เธโอฟีลัส theophilus คือใคร
  • Theophilus Download PDF
  • การนำเอาพระวัจน ไปใช้ในชีวิตประจําวัน

External Link

  • Bible Believers
  • เรียนพระคริสต์ธรรมคัมภีร์ ประกอบรูปภาพ
  • The words1

การ์ตูนคริสเตียน

  • การ์ตูน คริสเตียน1
  • ใครจะรู้?
  • พระคริสต์ได้ทรงคืนพระชนม์อีก
  • คำอุปมาเรื่องคอกแกะ

Main Menu

  • ข่าวประเสริฐและพระกิตติคุณของพระเยซูคริสต์
  • รายชื่อหนังสือในพันธสัญญาเดิมภาษาสเปน
  • รายชื่อหนังสือในพระคัมภีร์พันธสัญญาใหม่ภาษาสเปน
  • รายชื่อหนังสือภาษาจีนในพันธสัญญาใหม่
  • รายชื่อหนังสือภาษาจีนในพันธสัญญาเดิม
  • พระคริสต์ธรรมคัมภีร์ภาษาจีน
  • About Us
  • ดาวน์โหลดไฟล์ PDF รายชื่อหนังสือในพันธะสัญญาใหม่ภาษาจีน
  • ดาวน์โหลดไฟล์รายชื่อหนังสือภาษาจีนในพันธสัญญาเดิม
  • Download รายชื่อหนังสือภาษาสเปนในพันธสัญญาใหม่
  • ดาวน์โหลดชื่อหนังสือในภาษาสเปนพันธะสัญญาเดิม
  • ดาวน์โหลดรายชื่อหนังสือทั้งหมดใน Chinese Bible
  • Download รายชื่อหนังสือที้งหมดในJapanese Bible
  • Download The name of books in Italian Bibbia
Copyright © 2026 raphaelbooks. com. All Rights Reserved.
Joomla! is Free Software released under the GNU General Public License.

Bible Gateway's Verse of the Day

A daily word of exultation.
  • 1 Timothy 2:1-2
    “[Instructions on Worship] I urge, then, first of all, that petitions, prayers, intercession and thanksgiving be made for all people— for kings and all those in authority, that we may live peaceful and quiet lives in all godliness and holiness.”

Chronological Bible In A Year Daily Readings

Read through the Chronological Bible In A Year at bibleinayearonline.com Chronological Bible In A Year Daily Readings
  • Sat, Nov 07
    Chronological Bible In A Year Daily Readings - MARK 16:19-20 | LUKE 24:50-53 | ACTS 1:1-2:47
Raphaelbooks AI Chatbot 

We use cookies

We use cookies on our website. Some of them are essential for the operation of the site, while others help us to improve this site and the user experience (tracking cookies). You can decide for yourself whether you want to allow cookies or not. Please note that if you reject them, you may not be able to use all the functionalities of the site.

Essential Always on
Necessary for the operation of the website. These cookies cannot be disabled.
Functional
Enable convenient features and the storing of preferences.
Statistics
Help us understand how visitors use the website (audience measurement).
Marketing
Used for advertising and tracking visitors across websites.
Other
CookieHint and Consent by reDim GmbH (Opens in a new window)