ข่าวประเสริฐและพระกิตติคุณของพระเยซูคริสต์
Jesus Christ, the Missionary
- Details
- Written by: Chatrapong meesa
- Category: พระคริสต์ธรรมคัมภีร์
- Hits: 12
Jesus Christ, the Missionary
By E. A. Marshall
พระเยซูคริสต์มักถูกมองว่าเป็นนักเทศน์ อาจารย์ ผู้ทำงานส่วนตัว หรือผู้รักษาโรค แต่คืนนี้เราจะพิจารณาพระองค์ในฐานะมิชชันนารี ในบรรดาหน้าที่ต่างๆ เหล่านี้ที่อาจกล่าวถึงพระองค์ บทบาทของมิชชันนารีนั้นโดดเด่นเป็นเลิศ พระลักษณะ ภารกิจที่ได้รับมอบหมาย และพระราชกิจของพระองค์ ทำให้พระองค์ทรงเป็นผู้นำสูงสุดของกิจการทั้งหมด ไม่มีผู้ใดที่เข้าใจความต้องการฝ่ายวิญญาณของมนุษย์กับ ความชอบธรรมของพระเจ้า และ พร้อมจะก้าวไปข้างหน้า ดังนั้น พระองค์จึงเรียกร้องให้ประชาชาติที่ตกอยู่ในความมืดมน เลิกปฏิบัติตัว ตามการชี้นำ ของโลกมนุษย์ ในด้านพระบุคลิกภาพ คำสอน ตัวอย่าง และการรับใช้ พระเยซูทรงโดดเด่นแต่ผู้เดียวและไม่มีผู้ใดเสมอเหมือน ซึ่งทำให้พระองค์ทรงเป็นแบบอย่างในอุดมคติของคริสตจักรสำหรับมนุษย์ทุกคนในทุกยุคทุกสมัย
1. การทรงเรียกและพันธกิจของพระองค์
พระเยซูทรงตระหนักอย่างชัดเจนว่าการทรงเรียกและพันธกิจของพระองค์มาจากพระบิดา สิ่งเหล่านั้นดูเหมือนจะดังก้องอยู่ในพระกรรณที่ทรงฟังอยู่เสมอ และทำให้พระทัยของพระองค์จดจ่ออยู่กับน้ำพระทัยของพระเจ้า บ่อยครั้งที่พระดำรัสอันเป็นเครื่องหมายบ่งชี้หลุดออกจากพระโอษฐ์ แสดงให้เห็นว่าพระทัยของพระองค์ทรงยึดมั่นในสิ่งศักดิ์สิทธิ์เพียงใด และพระองค์ทรงได้รับความปีติยินดีและความชูใจเพียงใดจากการครุ่นคิดถึงการทรงเรียกจากสวรรค์ของพระองค์ “พระบิดาของเราผู้ทรงใช้เรามา” พระองค์ตรัสกับพวกยิวในกรุงเยรูซาเล็มครั้งหนึ่ง และอีกครั้งหนึ่งว่า “พระบิดาทรงใช้เรามาอย่างไร” จิตสำนึกอันสูงส่งนี้ทรงให้ความมั่นคงแก่พระองค์ และประทานสิทธิอำนาจสูงสุดเหนือสิ่งอื่นใดสำหรับพระราชกิจของพระองค์ สิ่งนี้ทรงตอบคำถาม “ใคร?” “ทำไม?” และ “อะไร?” ที่พวกฟาริสีและธรรมาจารย์ผู้ริษยามักจะซักถามพระองค์อยู่เสมอ สิ่งนี้ทรงแก้ปัญหาลึกลับแห่งการทรงนำในชีวิตประจำวัน และทรงทำให้การเดินทางของพระองค์ ซึ่งเต็มไปด้วยอันตรายจากซาตานและการกระทำแห่งความเกลียดชังของมนุษย์นั้น ราบรื่นขึ้น ปัญหาสับสนแห่งการนำทาง ข่าวสาร งาน และการเลี้ยงดู ล้วนรวมอยู่ในหลักการข้อแรกอันยิ่งใหญ่แห่งการรับใช้ข้อเดียว คือ “พระบิดาของเราผู้ทรงใช้เรามา” ด้วยพันธกิจที่ทรงแน่ใจนี้ ไม่มีฟาริสีคนใดจะทำให้พระองค์ทรงคิดว่าพระองค์พลาดการทรงเรียกหรือถูกหลงผิดได้ ไม่มีพวกเฮโรดหรือพวกสะดูสีคนใดจะจับผิดพระดำรัสของพระองค์ได้ และไม่มีผู้มีอำนาจของโรมันคนใดจะข่มขู่พระองค์ในพระราชกิจของพระองค์ได้ พระเยซูทรงเริ่มต้นอย่างถูกต้องด้วย “พระบิดาของเราผู้ทรงใช้เรามา” และพระองค์ไม่เคยยอมให้ปิศาจหรือมนุษย์ทำให้พระองค์ฯหันเหหรือหวั่นไหวได้เลย
พระเยซูคืออาหารแห่งชีวิต
- Details
- Written by: Chatrapong meesa
- Category: พระคริสต์ธรรมคัมภีร์
- Hits: 12
- :

พระธรรมยอห์น บทที่6 :25-29
ยอห์น 6:25-29 TH1971
[25] ครั้นเขาได้พบพระองค์ที่ฝั่งทะเลสาบข้างโน้นแล้ว เขาทั้งหลายทูลพระองค์ว่า <<พระอาจารย์เจ้าข้า ท่านมาที่นี่เมื่อไร>> [26] พระเยซูตรัสกับเขาว่า <<เราบอกความจริงแก่ท่านทั้งหลายว่า ท่านทั้งหลายตามหาเรามิใช่เพราะได้เห็นหมายสำคัญ แต่เพราะได้กินขนมปังอิ่ม [27] อย่าขวนขวายหาอาหารที่เสื่อมสิ้นไป แต่จงหาอาหารที่ดำรงอยู่คืออาหารแห่งชีวิตนิรันดร์ ซึ่งบุตรมนุษย์จะให้แก่ท่าน เพราะพระเจ้าคือพระบิดาได้ทรงประทับตรามอบอำนาจแก่พระบุตรแล้ว>> [28] แล้วเขาทั้งหลายก็ทูลพระองค์ว่า <<ข้าพเจ้าทั้งหลายจะต้องทำประการใด จึงจะทำงานของพระเจ้าได้>> [29] พระเยซูตรัสตอบเขาว่า <<งานของพระเจ้านั้น คือการที่ท่านวางใจในท่านที่พระองค์ทรงใช้มา>>
ให้ทราบซึ้งในความรักของพระคริสต์
- Details
- Written by: Chatrapong meesa
- Category: พระคริสต์ธรรมคัมภีร์
- Hits: 73
- :

พระธรรมเอเฟซัส 3:14 -20
14 เพราะเหตุนี้ข้าพเจ้าจึงคุกเข่าต่อพระบิดา 15 (คำว่า บิดา ของทุกตระกูล ทุกชาติ ในสวรรค์ก็ดี ที่แผ่นดินโลกนี้ก็ดีมาจากคำว่าพระบิดา) 16 ขอให้พระองค์ทรงโปรดประทานกำลังเรี่ยวแรงมากฝ่ายจิตใจแก่ท่านโดยเดชพระวิญญาณของพระองค์ตามความไพบูลย์แห่งพระสิริของพระองค์ 17 เพื่อพระคริสต์จะทรงสถิตในใจของท่านทางความเชื่อเพื่อว่าเมื่อท่านได้วางรากลงมั่นคงในความรักแล้ว 18 ท่านก็จะได้มีความสามารถหยั่งรู้พร้อมกับธรรมมิกชนทั้งหมด ถึงความกว้างความยาวความสูงความลึก 19 คือให้ซาบซึ้งในความรักของพระคริสต์ซึ่งเกินความรู้เพื่อท่านจะได้รับความไพบูลย์ของพระเจ้าเต็มเปี่ยม 20 ขอให้พระเกียรติจงมีแด่พระองค์ผู้ทรงฤทธิกระทำสารพัดมากยิ่งขึ้นกว่าที่เราจะทูลขอหรือคิดได้ตามฤทธิ์เดชที่ประกอบกิจอยู่ภายในตัวเรา 21 ขอให้พระเกียรติจงมีแด่พระองค์ในคริสตจักรและในพระเยซูคริสต์ตลอดชั่วอายุคนเป็นนิตย์ อาเมน
Children of Light ลูกแห่ง ความสว่าง
- Details
- Written by: Chatrapong meesa
- Category: พระคริสต์ธรรมคัมภีร์
- Hits: 105
- :

พระธรรมสดุดี 36:9
ข้อพระคัมภีร์ สดุดี 36:9 (THSV11) ว่า “เพราะน้ำพุแห่งชีวิตอยู่กับพระองค์ เราเห็นความสว่างโดยความสว่างของพระองค์” เป็นข้อความที่เปี่ยมด้วยความหมายทางเทววิทยา โดยเฉพาะอย่างยิ่งในเรื่อง ชีวิต และ ความสว่าง ที่มาจากพระเจ้า ต่อไปนี้คือการอธิบายความ (Exegesis) แบบย่อ:
1. บริบทและโครงสร้าง (Context & Structure)
สดุดีบทที่ 36 ใช้รูปแบบการเปรียบเทียบที่ชัดเจน โดยเริ่มจากการพรรณนาถึงความชั่วร้ายของคนอธรรม (ข้อ 1-4) แล้วจึงหันมายกย่องคุณลักษณะอันยิ่งใหญ่ของพระเจ้า (ข้อ 5-9) ข้อ 9 ถือเป็นจุดสูงสุด (climax) ของบทสดุดี ซึ่งสรุปว่าพระเจ้าเป็นทั้ง แหล่งกำเนิดแห่งชีวิต และ แหล่งกำเนิดแห่งความสว่าง ที่ทำให้เรามองเห็นได้
2. การวิเคราะห์เชิงเทววิทยา
- “น้ำพุแห่งชีวิต” (Fountain of Life)
· แหล่งแห่งชีวิตทั้งหมด: พระเจ้าไม่ใช่เพียงผู้ให้ชีวิตในตอนเริ่มต้นเท่านั้น แต่ยังทรงเป็นบ่อเกิดที่ ไม่เคยเหือดแห้ง ซึ่งหล่อเลี้ยงและค้ำจุนชีวิตทุกขณะ เปรียบได้กับ “น้ำพุแห่งน้ำทรงชีวิต” ในพระคัมภีร์ภาคพันธสัญญาเดิม
· ชีวิตฝ่ายวิญญาณและนิรันดร์: หมายถึงทั้งชีวิตฝ่ายกาย (ธรรมชาติ) ชีวิตฝ่ายวิญญาณ (พระคุณ) และชีวิตนิรันดร์ ซึ่งเป็นชีวิตที่แท้จริงและสมบูรณ์
· “ในความสว่างของพระองค์ เราจึงเห็นความสว่าง” (In Your light we see light)
· พระเจ้าทรงเป็นแหล่งความสว่าง: พระองค์ทรงเป็นความสว่างที่บริสุทธิ์ ไร้มลทิน ซึ่งเป็นมาตรฐานของความจริงและความบริสุทธิ์
· การมองเห็นที่แท้จริง: การที่เราจะ “เห็น” หรือเข้าใจความจริงใดๆ ได้นั้น เราต้องมองผ่าน “ความสว่าง” ที่มาจากพระองค์เท่านั้น หากปราศจากความสว่างนี้ มนุษย์ก็จะตกอยู่ในความมืดมน
· ความสัมพันธ์ที่แน่นแฟ้น: ประโยคนี้แสดงให้เห็นถึงความสัมพันธ์ที่พึ่งพากันอย่างสิ้นเชิง มนุษย์ไม่สามารถเข้าถึง “ความสว่าง” ได้ด้วยตนเอง แต่เป็นของประทานที่ได้รับจากพระเจ้า
3. การเชื่อมโยงกับพระคริสต์ (Christological Fulfillment)
ข้อพระคัมภีร์นี้มีความเชื่อมโยงโดยตรงกับพระเยซูคริสต์ในพันธสัญญาใหม่:
- พระเยซูทรงเป็นแหล่งชีวิตและความสว่าง: คำนำพระกิตติคุณยอห์นกล่าวว่า “ในพระองค์ทรงมีชีวิต และชีวิตนั้นเป็นความสว่างของมนุษย์” (ยอห์น 1:4) ซึ่งสะท้อนแนวคิดคู่ขนานในสดุดี 36:9 นี้
· พระเยซูทรงเป็นความสว่างของโลก: พระองค์ตรัสกับผู้ติดตามพระองค์ว่า “เราเป็นความสว่างของโลก” (ยอห์น 8:12) - 1ยอห์น 2:9-11
สรุป
สดุดี 36:9 สอนว่า พระเจ้าเท่านั้นคือแหล่งกำเนิดของชีวิตและความสว่างที่แท้จริง การมีชีวิตอยู่และการเข้าใจความจริงล้วนขึ้นอยู่กับพระองค์เพียงผู้เดียว ข้อพระคัมภีร์นี้ไม่เพียงแต่เป็นบทสรรเสริญ แต่ยังเป็นคำเชื้อเชิญให้มนุษย์เข้ามาพึ่งพาพระองค์ เพื่อรับชีวิตและนำทางในความสว่างของพระองค์
Page 1 of 12