ข่าวประเสริฐและพระกิตติคุณของพระเยซูคริสต์
ธรรมบัญญัติและแผ่นดินของพระเจ้า
- Details
- Written by: Chatrapong meesa
- Category: พระคริสต์ธรรมคัมภีร์
- Hits: 3
พระธรรมลูกา 16:14-17

14 ฝ่ายพวกฟาริสีที่มีใจรักเงิน เมื่อได้ยินคำเหล่านั้นแล้วจึงเยาะเย้ยพระองค์
15 แต่พระองค์ตรัสแก่เขาว่า “เจ้าทั้งหลายทำทีดูเป็นคนชอบธรรมต่อหน้ามนุษย์ แต่พระเจ้าทรงทราบจิตใจของเจ้าทั้งหลาย ด้วยว่าซึ่งเป็นที่นับถือมากท่ามกลางมนุษย์ ก็ยังเป็นที่เกลียดชังจำเพาะพระพักตร์พระเจ้า
16 มีธรรมบัญญัติและผู้เผยพระวจนะมาจนถึงยอห์น ตั้งแต่นั้นมาเขาก็ประกาศข่าวประเสริฐเรื่องแผ่นดินของพระเจ้า และคนทั้งปวงก็ชิงกันเข้าไปในแผ่นดินนั้น
17 ฟ้าและดินจะล่วงไปก็ง่ายกว่าที่ธรรมบัญญัติสักจุดหนึ่งจะเป็นโมฆะ
แน่นอนครับ ขออรรถาธิบาย ลูกา 16:14-17 ในรูปแบบที่เข้าใจง่าย พร้อมบริบทและข้อคิดทางเทววิทยาครับ
บริบทของข้อความ
พระเยซูทรงกำลังตรัสกับเหล่าสาวก ต่อหน้าพวกฟาริสี ซึ่งเป็นคนรักเงิน (ข้อ 14) ก่อนหน้านี้พระองค์เพิ่งเล่าอุปมาเรื่อง นายทุนที่ไม่ซื่อสัตย์ (ลูกา 16:1-13) ซึ่งสรุปว่าคนใช้เงินอย่างไม่ซื่อสัตย์ยังรอบคอบในการใช้เงินเพื่ออนาคตฝ่ายโลก แต่เราควรใช้เงินเพื่ออนาคตนิรันดร์ และ ไม่มีใครปรนนิบัตินายสองคน (พระเจ้ากับเงินทอง)
---
อรรถาธิบายทีละข้อ
ลูกา 16:14 - ฟาริสีเยาะเย้ย เพราะรักเงิน
“พวกฟาริสีที่รักเงิน ได้ยินพระองค์ตรัสดังนั้นก็เยาะเย้ยพระองค์”
- ฟาริสีรักเงิน – แต่พวกเขามักแสร้งทำเป็นเคร่งครัดในธรรมบัญญัติ พระเยซูทรงเปิดโปงว่าความรักเงินเป็นใจกลางของชีวิตพวกเขา
· เยาะเย้ย (ἐξεμυκτήρισαν – exemyktērisan) – แปลตรงตัวว่า “สั่งน้ำมูกใส่” หรือ “ทำหน้าดูถูก” แสดงถึงการดูหมิ่นอย่างรุนแรง พวกเขาคิดว่าคำสอนของพระเยซูโง่เขลา เพราะพวกเขาเชื่อว่าความมั่งคั่งเป็นเครื่องหมายของพระพรจากพระเจ้า
ลูกา 16:15 - พระเจ้าทรงรู้ใจ สิ่งที่มนุษย์ยกย่องเป็นสิ่งน่าสะอิดสะเอียน (เป็นสิ่งที่น่าเกลียดชัง) ต่อพระเจ้า
“พระองค์ตรัสแก่เขาทั้งหลายว่า ‘ท่านทั้งหลายเป็นคนที่ยอตัวเองต่อหน้ามนุษย์ แต่พระเจ้าทรงรู้จักใจของท่าน เพราะว่าที่มนุษย์ยกย่องนับถือกันนั้น เป็นสิ่งน่าสะอิดสะเอียนในสายพระเนตรของพระเจ้า’”
- ยอตัวเองต่อหน้ามนุษย์ – พวกฟาริสีรักษาภาพลักษณ์ภายนอกว่าเคร่งครัด แต่ภายในรักเงินและอำนาจ
· พระเจ้าทรงรู้จักใจ – เป็นการเตือนว่าไม่มีใครหลอกพระเจ้าได้
· ที่มนุษย์ยกย่อง…น่าสะอิดสะเอียน – นี่เป็นหัวใจสำคัญ: สิ่งที่สังคมชื่นชม (เช่น ความร่ำรวย อำนาจ ชื่อเสียง) ถ้าทำให้เราหันเหจากพระเจ้า มันกลับเป็นสิ่งที่น่ารังเกียจในสายพระเนตรพระเจ้า ตัวอย่างเช่น การทำบุญเพื่ออวด หรือการให้ทานเพื่อให้คนยกย่อง
ลูกา 16:16 - ยุคเปลี่ยนผ่าน จากธรรมบัญญัติสู่ข่าวประเสริฐแห่งอาณาจักร
“ธรรมบัญญัติและคำของผู้เผยพระวจนะมีมาจนถึงยอห์น ตั้งแต่นั้นมา อาณาจักรของพระเจ้าก็ได้รับการประกาศ และทุกคนก็บังคับตัวเข้าไปในอาณาจักรนั้น”
ข้อนี้ดูเหมือนไม่ต่อเนื่อง แต่จริงๆ เชื่อมโยงกับข้อ 14-15 และข้อ 17
- ธรรมบัญญัติและผู้เผยพระวจนะมีมาจนถึงยอห์น – หมายถึงการเตรียมการของพระเจ้าในพันธสัญญาเดิมสิ้นสุดลงที่ยอห์นผู้ให้บัพติศมา (เป็นตัวเชื่อมระหว่างสองพันธสัญญา)
· ตั้งแต่นั้นมา อาณาจักรของพระเจ้าก็ได้รับการประกาศ – ในยุคของพระเยซู กำลังเริ่มต้นยุคแห่งการประกาศข่าวดีเรื่องอาณาจักร
· ทุกคนก็บังคับตัวเข้าไปในอาณาจักรนั้น
คำแปลที่ถูกต้องที่สุดอาจเป็น “ทุกคนก็ถูกเร่งเร้าให้เข้าไป” หรือ “ทุกคนก็พยายามอย่างแรงกล้าที่จะเข้าไป” (กรีก: βιάζεται – biázetai)
ไม่ใช่ใช้ความรุนแรง แต่หมายถึงความกระตือรือร้นอย่างแรงกล้า เสมือนหนึ่ง “เบียดเสียด” หรือ “ทุ่มเทสุดตัว” เพื่อเข้าสู่อาณาจักร
ข้อนี้ไม่ได้ขัดแย้งกับความรอดโดยพระคุณ แต่ชี้ให้เห็นว่าการตอบสนองต่ออาณาจักรต้องอาศัยการกลับใจและการละทิ้งความรักโลก (โดยเฉพาะเงินทอง)
ลูกา 16:17 - ธรรมบัญญัติยังคงมั่นคง ไม่ถูกยกเลิก
“ส่วนฟ้าและดินจะล่วงไปได้ง่ายกว่า อักษรตัวหนึ่งตัวใดในธรรมบัญญัติจะตกไปก็ยาก”
- พระเยซูตรัสเช่นนี้เพื่อป้องกันไม่ให้ใครเข้าใจผิดว่า อาณาจักรใหม่หมายถึงการยกเลิกมาตรฐานศีลธรรมของพระเจ้า
· อักษรตัวหนึ่งตัวใด (iōta – ยอด) – หมายถึงอักษรที่เล็กที่สุดในภาษาฮีบรู (yodh) หรือแม้แต่ขีดเล็กๆ บนตัวอักษร
· ความหมาย: พระเจ้าจะไม่เปลี่ยนมาตรฐานความดีความชอบ
แต่พระเยซูทรงเติมเต็มธรรมบัญญัติและแสดงให้เห็นความหมายที่ลึกซึ้งยิ่งขึ้น (เช่น ความโลภเท่ากับ idolatry)
· เชื่อมกลับถึงฟาริสี: พวกเขาจับผิดเล็กๆ น้อยๆ แต่ขาดความรักพระเจ้าและเมตตาธรรม
สรุปสาระสำคัญ
1. พระเจ้าทรงเห็นใจ ไม่ใช่ภายนอก – พวกฟาริสีดูดีแต่พระองค์ตรัสว่าความรักเงินเป็นสิ่งน่าสะอิดสะเอียน
2. อาณาจักรของพระเจ้ามาถึงแล้ว – ตั้งแต่ยอห์นเป็นต้นมา เราต้องตอบสนองด้วยใจที่แรงกล้า พร้อมทิ้งสิ่งที่เป็นอุปสรรค (รวมถึงเงินทอง)
3. ธรรมบัญญัติไม่สิ้นสูญ – อาณาจักรไม่ได้หมายถึงการเลิกทำตามน้ำพระทัยของพระเจ้า แต่น้ำพระทัยนั้นยังคงมั่นคงเป็นนิจ
ข้อคิดนำไปใช้
- เรามักยกย่องคนรวย หรืออยากให้คนนับถือในความสำเร็จทางโลก แต่พระเยซูทรงเตือนว่า “ที่มนุษย์ยกย่องเป็นสิ่งน่าสะอิดสะเอียนต่อพระเจ้า” ถ้ามันทำให้ห่างเหินจากพระองค์
· อย่าเยาะเย้ยหรือดูถูกคำสอนของพระคริสต์ที่ท้าทายวิถีของโลก
· การเข้าสู่อาณาจักรต้องใช้ความมุ่งมั่นอย่างแรงกล้า – ไม่ใช่เกียจคร้านฝ่ายวิญญาณ
· เรายังต้องยึดมั่นในมาตรฐานศีลธรรมของพระเจ้า โดยเฉพาะเรื่องความซื่อสัตย์และการไม่เป็นทาสเงินทอง
ถ้าต้องการเจาะลึกคำว่า “บังคับตัวเข้าไป” (ข้อ 16) หรือเทียบกับมัทธิว 11:12-13 เพิ่มเติม ก็บอกได้นะครับ
พระเยซูเป็นทางไปสู่พระบิดา
- Details
- Written by: Chatrapong meesa
- Category: พระคริสต์ธรรมคัมภีร์
- Hits: 4
- :
พระธรรมยอห์น 14:1-14
ยอห์น 14:1-14 ฉบับ King James Version (KJV)
1 "อย่าให้ใจท่านทั้งหลายวิตกเลย ท่านเชื่อในพระเจ้า จงเชื่อในเราด้วย
2 ในพระนิเวศของพระบิดาเรามีคฤหาสน์หลายแห่ง ถ้าไม่มีเราคงได้บอกท่านแล้ว เราไปจัดเตรียมที่ไว้สำหรับท่านทั้งหลาย
3 และถ้าเราไปจัดเตรียมที่ไว้สำหรับท่านแล้ว เราจะกลับมาอีกรับท่านไปอยู่กับเรา เพื่อว่าเราอยู่ที่ไหนท่านทั้งหลายจะอยู่ที่นั่นด้วย
4 ท่านทราบว่าเราจะไปที่ไหนและท่านก็รู้จักทางนั้น"
5 โธมัสทูลพระองค์ว่า "พระองค์เจ้าข้า พวกข้าพระองค์ไม่ทราบว่าพระองค์จะเสด็จไปที่ไหน พวกข้าพระองค์จะรู้จักทางนั้นได้อย่างไร"

6 พระเยซูตรัสกับเขาว่า "เราเป็นทางนั้น เป็นความจริง และเป็นชีวิต ไม่มีผู้ใดมาถึงพระบิดาได้นอกจากมาทางเรา
7 ถ้าท่านทั้งหลายรู้จักเราแล้ว ท่านก็จะรู้จักพระบิดาของเราด้วย และตั้งแต่นี้ไปท่านก็รู้จักพระองค์และได้เห็นพระองค์"
8 ฟีลิปทูลพระองค์ว่า "พระองค์เจ้าข้า ขอสำแดงพระบิดาให้ข้าพระองค์ทั้งหลายเห็นและพวกข้าพระองค์จะพอใจ"
9 พระเยซูตรัสกับเขาว่า "ฟีลิปเอ๋ย เราได้อยู่กับท่านนานถึงเพียงนี้ และท่านยังไม่รู้จักเราหรือ ผู้ที่ได้เห็นเราก็ได้เห็นพระบิดา และท่านจะพูดได้อย่างไรว่า 'ขอสำแดงพระบิดาให้ข้าพระองค์ทั้งหลายเห็น'
10 ท่านไม่เชื่อหรือว่า เราอยู่ในพระบิดาและพระบิดาทรงอยู่ในเรา คำซึ่งเรากล่าวแก่ท่านทั้งหลายนั้น เรามิได้กล่าวตามใจชอบ แต่พระบิดาผู้ทรงสถิตอยู่ในเราได้ทรงกระทำพระราชกิจของพระองค์
11 จงเชื่อเราเถิดว่าเราอยู่ในพระบิดาและพระบิดาทรงอยู่ในเรา หรือมิฉะนั้นก็จงเชื่อเราเพราะกิจการเหล่านั้นเถิด
12 เราบอกความจริงแก่ท่านทั้งหลายว่า ผู้ที่เชื่อในเราจะกระทำกิจการซึ่งเราได้กระทำนั้นด้วย และเขาจะกระทำกิจการที่ยิ่งใหญ่กว่านั้นอีก เพราะว่าเราจะไปถึงพระบิดาของเรา
13 สิ่งใดที่ท่านทั้งหลายจะขอในนามของเรา เราจะกระทำสิ่งนั้น เพื่อว่าพระบิดาจะทรงได้รับเกียรติทางพระบุตร
14 ถ้าท่านจะขอสิ่งใดในนามของเรา เราจะกระทำสิ่งนั้น"
การอธิษฐานด้วยความเชื่อจะช่วยให้ผู้ป่วยรอดชีวิต
- Details
- Written by: Chatrapong meesa
- Category: พระคริสต์ธรรมคัมภีร์
- Hits: 6
- :
พระธรรมยากอบ5:13-16

ตามที่คุณสอบถามมา "ยากอบ 5:13-16" ฉบับภาษาไทย New King James Version (NKJV) นั้นในปัจจุบันยังไม่มีฉบับแปลอย่างเป็นทางการให้ใช้งานครับ
อย่างไรก็ตาม เนื้อหาของข้อนี้ในฉบับไทยที่ใกล้เคียงที่สุดคือ พระคัมภีร์ภาษาไทยฉบับ King James Version (KJV) ซึ่งมีข้อความว่า:
ยากอบ 5:13-16
13 ในพวกท่านผู้ใดมีความทุกข์หรือ? ให้ผู้นั้นอธิษฐาน ผู้ใดมีใจร่าเริงหรือ? ให้ผู้นั้นร้องเพลงสรรเสริญ
14 ผู้ใดในพวกท่านป่วยหรือ? ให้ผู้นั้นเรียกพวกผู้ใหญ่ของคริสตจักร และให้พวกเขาอธิษฐานเหนือเขา เจิมเขาด้วยน้ำมันในพระนามขององค์พระผู้เป็นเจ้า
15 "และการอธิษฐานด้วยความเชื่อจะช่วยให้ผู้ป่วยรอดชีวิต และองค์พระผู้เป็นเจ้าจะทรงโปรดให้เขาหายโรค และถ้าเขาได้กระทำบาป ก็จะทรงโปรดอภัยให้แก่เขา"
16 “จงสารภาพบาปซึ่งกันและกัน และจงอธิษฐานเพื่อกันและกัน เพื่อท่านทั้งหลายจะหายโรค คำอธิษฐานของคนชอบธรรมนั้นมีพลังมากและเกิดผล”
หากเทียบกับภาษาอังกฤษ NKJV ซึ่งแปลว่า:
James 5:13-16 (NKJV)
13 Is anyone among you suffering? Let him pray. Is anyone cheerful? Let him sing psalms.
14 Is anyone among you sick? Let him call for the elders of the church, and let them pray over him, anointing him with oil in the name of the Lord.
15"And the prayer of faith will save the sick, and the Lord will raise him up. And if he has committed sins, he will be forgiven."
16 “Confess your trespasses to one another, and pray for one another, that you may be healed. The effective, fervent prayer of a righteous man avails much.”
จะเห็นว่าทั้งสองฉบับมีใจความตรงกัน เนื่องจากเป็นคำแปลจากต้นฉบับเดียวกัน
แน่นอนครับ ขออรรถาธิบายพระคัมภีร์ข้อ ยากอบ 5:15 ตามนี้ครับ
"การอธิษฐานด้วยความเชื่อจะช่วยคนป่วยให้หายโรค และองค์พระผู้เป็นเจ้าจะทรงโปรดให้เขาลุกขึ้น และถ้าเขาทำบาปไว้ พระองค์จะทรงยกโทษให้แก่เขา"
ข้อนี้อยู่ในบริบทของ การดูแลคนเจ็บป่วยในคริสตจักร โดยยากอบสอนให้ผู้ปกครอง (ผู้อาวุโส) มาเจิมน้ำมันและอธิษฐานเผื่อคนป่วย
คำอธิบายแยกประเด็น:
1. “การอธิษฐานด้วยความเชื่อจะช่วยคนป่วยให้หายโรค”
· ไม่ใช่แค่การอธิษฐานทั่วไป แต่ต้องเป็นการอธิษฐานที่วางใจในฤทธิ์อำนาจของพระเจ้า
· คำว่า “หายโรค” ในภาษากรีก (sōzō) แปลได้ทั้ง “หายป่วย” และ “รอด” (ทางวิญญาณ) แสดงว่าการรักษาทั้งกายและใจเชื่อมโยงกัน
· ไม่ได้รับประกันว่าทุกคนจะหายทุกครั้ง (เพราะพระเจ้ามีแผนเหนือกว่า) แต่เน้นว่า พระเจ้าทรงเป็นผู้รักษา และการอธิษฐานเป็นช่องทางที่พระองค์ใช้
2. “องค์พระผู้เป็นเจ้าจะทรงโปรดให้เขาลุกขึ้น”
· “ลุกขึ้น” หมายถึงฟื้นจากอาการป่วย ไม่ใช่การคืนชีพจากตาย
· สอดคล้องกับบริบทที่ยากอบพูดถึงผู้ที่ “ทุกข์ยาก” หรือ “ป่วย” แล้วให้เรียกผู้อาวุโสมาอธิษฐาน
3. “ถ้าเขาทำบาปไว้ พระองค์จะทรงยกโทษให้แก่เขา”
· นี่เป็นประเด็นสำคัญ: ในบางกรณี ความเจ็บป่วยอาจเป็นผลโดยตรงจากบาปบางอย่าง (ไม่ใช่ทุกกรณี – ดูโยบ 9 หรือ ยอห์น 9:3)
· การอธิษฐานด้วยความเชื่อจึงมีสองมิติ:
· รักษาทางกาย – ให้หายป่วย
· รักษาทางวิญญาณ – ให้ได้รับการอภัยบาป
· ยากอบเชื่อมโยงการสารภาพบาป การอธิษฐาน และการรักษาไว้ด้วยกัน (ดูข้อ 16: “จงสารภาพบาปของท่านให้กันและกันฟัง…เพื่อท่านจะหายโรค”)
สรุปหลักเทววิทยา:
· พระเจ้าทรงสนพระทัยทั้งร่างกายและจิตวิญญาณของมนุษย์
· บาปและความเจ็บป่วยอาจเกี่ยวข้องกัน แต่ไม่เสมอไป
· การอธิษฐานของคริสตจักร (โดยเฉพาะผู้นำฝ่ายวิญญาณ) มีพลังจริง เพราะพระเจ้าทรงตอบ
· การยกโทษบาปเป็นของประทานฝ่ายวิญญาณที่มาพร้อมการรักษา
ข้อควรระวังในการตีความ:
· อย่าสอนว่าคนป่วยทุกคนต้องหายถ้ามีความเชื่อเพียงพอ (นั่นเป็นการใส่ร้ายพระเจ้า)
· อย่าใช้ข้อนี้ตัดสินคนป่วยว่าต้องมีบาปแอบแฝง
· จุดเน้นคือ การพึ่งพระเจ้าและชุมชน ไม่ใช่สูตรวิเศษ
หวังว่าคงช่วยให้เข้าใจอย่างลึกซึ้งขึ้นนะครับ ถ้าอยากเจาะลึกเรื่องความสัมพันธ์ระหว่างบาปกับความเจ็บป่วย หรือวิธีนำข้อนี้ไปปฏิบัติในปัจจุบัน บอกได้เลยครับ 🙏
พระเจ้าทรงรักโลก
- Details
- Written by: Chatrapong meesa
- Category: พระคริสต์ธรรมคัมภีร์
- Hits: 7
- พระเยซูเข้ามาในโลกเพื่อคุณ:
- :
พระธรรมยอห์น 3:16-17

ข้อพระคัมภีร์ ยอห์น 3:16-17 (พระคริสตธรรมคัมภีร์ ฉบับมาตรฐาน 2011) กล่าวว่า:
16 “เพราะว่าพระเจ้าทรงรักโลกดังนี้ คือได้ประทานพระบุตรองค์เดียวของพระองค์ เพื่อทุกคนที่วางใจในพระบุตรนั้นจะไม่พินาศ แต่มีชีวิตนิรันดร์”
17 “เพราะว่าพระเจ้ามิได้ทรงใช้พระบุตรมาในโลกเพื่อพิพากษาโลก แต่เพื่อช่วยโลกให้รอดโดยทางพระบุตรนั้น”
คำอธิบาย:
1. “พระเจ้าทรงรักโลกดังนี้”
“โลก” ในที่นี้หมายถึงมวลมนุษย์ที่ตกอยู่ในบาป (ไม่ใช่สิ่งแวดล้อมทางกายภาพ) ความรักของพระเจ้าไม่ใช่แค่ความรู้สึก แต่เป็นการลงมือทำ นี่คือลักษณะของความรักที่ยิ่งใหญ่ที่สุด เพราะมนุษย์ยังเป็นศัตรูกับพระเจ้า (โรม 5:8)
2. “ได้ประทานพระบุตรองค์เดียวของพระองค์”
“ประทาน” หมายถึงการยอมให้พระบุตรมาเกิดเป็นมนุษย์ ทนทุกข์ และสิ้นพระชนม์บนไม้กางเขนแทนบาปของเรา คำว่า “องค์เดียว” (unique, only-begotten) เน้นว่าพระเยซูทรงเป็นพระบุตรที่ไม่มีใครเสมอเหมือน เป็นพระเจ้าพระบุตรเอง
3. “ทุกคนที่วางใจในพระบุตรนั้นจะไม่พินาศ แต่มีชีวิตนิรันดร์”
· “วางใจ” = เชื่อ มอบชีวิตให้ เป็นมากกว่าแค่เห็นด้วยกับข้อเท็จจริง
· “ไม่พินาศ” = ไม่ถูกตัดสินให้ต้องรับโทษนิรันดร์ (ความตายครั้งที่สองในนรก)
· “ชีวิตนิรันดร์” = ไม่ใช่แค่อยู่ตลอดไป แต่เป็นคุณภาพชีวิตที่รู้จักและสัมพันธ์กับพระเจ้า (ยอห์น 17:3)
4. ข้อ 17 ย้ำจุดประสงค์ของพระเยซู
พระเจ้าไม่ได้ส่งพระเยซูมาเพื่อ พิพากษา (แม้การพิพากษาจะเกิดขึ้นแก่ผู้ไม่เชื่อในที่สุด) แต่เป้าหมายหลักคือ ช่วยโลกให้รอด นั่นคือเปิดทางให้ทุกคนได้รับความรอดโดยความเชื่อ
ความเชื่อมโยงกับโรม 6:23
· โรม 6:23 บอกว่า “ค่าจ้างของบาปคือความตาย” (ความพินาศ)
· ยอห์น 3:16 บอกว่าพระเจ้าให้ของประทานคือพระบุตร เพื่อเราจะไม่ต้องพินาศ แต่รับชีวิตนิรันดร์แทน
สรุปสั้น ๆ: ความรักของพระเจ้าเป็นต้นเหตุ การประทานพระเยซูเป็นวิธี ความเชื่อเป็นเงื่อนไข และชีวิตนิรันดร์เป็นผลลัพธ์ ครับ
Page 1 of 5