ข่าวประเสริฐและพระกิตติคุณของพระเยซูคริสต์
การอธิษฐานด้วยความเชื่อจะช่วยให้ผู้ป่วยรอดชีวิต
- Details
- Written by: Chatrapong meesa
- Category: พระคริสต์ธรรมคัมภีร์
- Hits: 2
- :
พระธรรมยากอบ5:13-16

ตามที่คุณสอบถามมา "ยากอบ 5:13-16" ฉบับภาษาไทย New King James Version (NKJV) นั้นในปัจจุบันยังไม่มีฉบับแปลอย่างเป็นทางการให้ใช้งานครับ
อย่างไรก็ตาม เนื้อหาของข้อนี้ในฉบับไทยที่ใกล้เคียงที่สุดคือ พระคัมภีร์ภาษาไทยฉบับ King James Version (KJV) ซึ่งมีข้อความว่า:
ยากอบ 5:13-16
13 ในพวกท่านผู้ใดมีความทุกข์หรือ? ให้ผู้นั้นอธิษฐาน ผู้ใดมีใจร่าเริงหรือ? ให้ผู้นั้นร้องเพลงสรรเสริญ
14 ผู้ใดในพวกท่านป่วยหรือ? ให้ผู้นั้นเรียกพวกผู้ใหญ่ของคริสตจักร และให้พวกเขาอธิษฐานเหนือเขา เจิมเขาด้วยน้ำมันในพระนามขององค์พระผู้เป็นเจ้า
15 "และการอธิษฐานด้วยความเชื่อจะช่วยให้ผู้ป่วยรอดชีวิต และองค์พระผู้เป็นเจ้าจะทรงโปรดให้เขาหายโรค และถ้าเขาได้กระทำบาป ก็จะทรงโปรดอภัยให้แก่เขา"
16 “จงสารภาพบาปซึ่งกันและกัน และจงอธิษฐานเพื่อกันและกัน เพื่อท่านทั้งหลายจะหายโรค คำอธิษฐานของคนชอบธรรมนั้นมีพลังมากและเกิดผล”
หากเทียบกับภาษาอังกฤษ NKJV ซึ่งแปลว่า:
James 5:13-16 (NKJV)
13 Is anyone among you suffering? Let him pray. Is anyone cheerful? Let him sing psalms.
14 Is anyone among you sick? Let him call for the elders of the church, and let them pray over him, anointing him with oil in the name of the Lord.
15"And the prayer of faith will save the sick, and the Lord will raise him up. And if he has committed sins, he will be forgiven."
16 “Confess your trespasses to one another, and pray for one another, that you may be healed. The effective, fervent prayer of a righteous man avails much.”
จะเห็นว่าทั้งสองฉบับมีใจความตรงกัน เนื่องจากเป็นคำแปลจากต้นฉบับเดียวกัน
แน่นอนครับ ขออรรถาธิบายพระคัมภีร์ข้อ ยากอบ 5:15 ตามนี้ครับ
"การอธิษฐานด้วยความเชื่อจะช่วยคนป่วยให้หายโรค และองค์พระผู้เป็นเจ้าจะทรงโปรดให้เขาลุกขึ้น และถ้าเขาทำบาปไว้ พระองค์จะทรงยกโทษให้แก่เขา"
ข้อนี้อยู่ในบริบทของ การดูแลคนเจ็บป่วยในคริสตจักร โดยยากอบสอนให้ผู้ปกครอง (ผู้อาวุโส) มาเจิมน้ำมันและอธิษฐานเผื่อคนป่วย
คำอธิบายแยกประเด็น:
1. “การอธิษฐานด้วยความเชื่อจะช่วยคนป่วยให้หายโรค”
· ไม่ใช่แค่การอธิษฐานทั่วไป แต่ต้องเป็นการอธิษฐานที่วางใจในฤทธิ์อำนาจของพระเจ้า
· คำว่า “หายโรค” ในภาษากรีก (sōzō) แปลได้ทั้ง “หายป่วย” และ “รอด” (ทางวิญญาณ) แสดงว่าการรักษาทั้งกายและใจเชื่อมโยงกัน
· ไม่ได้รับประกันว่าทุกคนจะหายทุกครั้ง (เพราะพระเจ้ามีแผนเหนือกว่า) แต่เน้นว่า พระเจ้าทรงเป็นผู้รักษา และการอธิษฐานเป็นช่องทางที่พระองค์ใช้
2. “องค์พระผู้เป็นเจ้าจะทรงโปรดให้เขาลุกขึ้น”
· “ลุกขึ้น” หมายถึงฟื้นจากอาการป่วย ไม่ใช่การคืนชีพจากตาย
· สอดคล้องกับบริบทที่ยากอบพูดถึงผู้ที่ “ทุกข์ยาก” หรือ “ป่วย” แล้วให้เรียกผู้อาวุโสมาอธิษฐาน
3. “ถ้าเขาทำบาปไว้ พระองค์จะทรงยกโทษให้แก่เขา”
· นี่เป็นประเด็นสำคัญ: ในบางกรณี ความเจ็บป่วยอาจเป็นผลโดยตรงจากบาปบางอย่าง (ไม่ใช่ทุกกรณี – ดูโยบ 9 หรือ ยอห์น 9:3)
· การอธิษฐานด้วยความเชื่อจึงมีสองมิติ:
· รักษาทางกาย – ให้หายป่วย
· รักษาทางวิญญาณ – ให้ได้รับการอภัยบาป
· ยากอบเชื่อมโยงการสารภาพบาป การอธิษฐาน และการรักษาไว้ด้วยกัน (ดูข้อ 16: “จงสารภาพบาปของท่านให้กันและกันฟัง…เพื่อท่านจะหายโรค”)
สรุปหลักเทววิทยา:
· พระเจ้าทรงสนพระทัยทั้งร่างกายและจิตวิญญาณของมนุษย์
· บาปและความเจ็บป่วยอาจเกี่ยวข้องกัน แต่ไม่เสมอไป
· การอธิษฐานของคริสตจักร (โดยเฉพาะผู้นำฝ่ายวิญญาณ) มีพลังจริง เพราะพระเจ้าทรงตอบ
· การยกโทษบาปเป็นของประทานฝ่ายวิญญาณที่มาพร้อมการรักษา
ข้อควรระวังในการตีความ:
· อย่าสอนว่าคนป่วยทุกคนต้องหายถ้ามีความเชื่อเพียงพอ (นั่นเป็นการใส่ร้ายพระเจ้า)
· อย่าใช้ข้อนี้ตัดสินคนป่วยว่าต้องมีบาปแอบแฝง
· จุดเน้นคือ การพึ่งพระเจ้าและชุมชน ไม่ใช่สูตรวิเศษ
หวังว่าคงช่วยให้เข้าใจอย่างลึกซึ้งขึ้นนะครับ ถ้าอยากเจาะลึกเรื่องความสัมพันธ์ระหว่างบาปกับความเจ็บป่วย หรือวิธีนำข้อนี้ไปปฏิบัติในปัจจุบัน บอกได้เลยครับ 🙏
พระเจ้าทรงรักโลก
- Details
- Written by: Chatrapong meesa
- Category: พระคริสต์ธรรมคัมภีร์
- Hits: 2
- พระเยซูเข้ามาในโลกเพื่อคุณ:
- :
พระธรรมยอห์น 3:16-17

ข้อพระคัมภีร์ ยอห์น 3:16-17 (พระคริสตธรรมคัมภีร์ ฉบับมาตรฐาน 2011) กล่าวว่า:
16 “เพราะว่าพระเจ้าทรงรักโลกดังนี้ คือได้ประทานพระบุตรองค์เดียวของพระองค์ เพื่อทุกคนที่วางใจในพระบุตรนั้นจะไม่พินาศ แต่มีชีวิตนิรันดร์”
17 “เพราะว่าพระเจ้ามิได้ทรงใช้พระบุตรมาในโลกเพื่อพิพากษาโลก แต่เพื่อช่วยโลกให้รอดโดยทางพระบุตรนั้น”
คำอธิบาย:
1. “พระเจ้าทรงรักโลกดังนี้”
“โลก” ในที่นี้หมายถึงมวลมนุษย์ที่ตกอยู่ในบาป (ไม่ใช่สิ่งแวดล้อมทางกายภาพ) ความรักของพระเจ้าไม่ใช่แค่ความรู้สึก แต่เป็นการลงมือทำ นี่คือลักษณะของความรักที่ยิ่งใหญ่ที่สุด เพราะมนุษย์ยังเป็นศัตรูกับพระเจ้า (โรม 5:8)
2. “ได้ประทานพระบุตรองค์เดียวของพระองค์”
“ประทาน” หมายถึงการยอมให้พระบุตรมาเกิดเป็นมนุษย์ ทนทุกข์ และสิ้นพระชนม์บนไม้กางเขนแทนบาปของเรา คำว่า “องค์เดียว” (unique, only-begotten) เน้นว่าพระเยซูทรงเป็นพระบุตรที่ไม่มีใครเสมอเหมือน เป็นพระเจ้าพระบุตรเอง
3. “ทุกคนที่วางใจในพระบุตรนั้นจะไม่พินาศ แต่มีชีวิตนิรันดร์”
· “วางใจ” = เชื่อ มอบชีวิตให้ เป็นมากกว่าแค่เห็นด้วยกับข้อเท็จจริง
· “ไม่พินาศ” = ไม่ถูกตัดสินให้ต้องรับโทษนิรันดร์ (ความตายครั้งที่สองในนรก)
· “ชีวิตนิรันดร์” = ไม่ใช่แค่อยู่ตลอดไป แต่เป็นคุณภาพชีวิตที่รู้จักและสัมพันธ์กับพระเจ้า (ยอห์น 17:3)
4. ข้อ 17 ย้ำจุดประสงค์ของพระเยซู
พระเจ้าไม่ได้ส่งพระเยซูมาเพื่อ พิพากษา (แม้การพิพากษาจะเกิดขึ้นแก่ผู้ไม่เชื่อในที่สุด) แต่เป้าหมายหลักคือ ช่วยโลกให้รอด นั่นคือเปิดทางให้ทุกคนได้รับความรอดโดยความเชื่อ
ความเชื่อมโยงกับโรม 6:23
· โรม 6:23 บอกว่า “ค่าจ้างของบาปคือความตาย” (ความพินาศ)
· ยอห์น 3:16 บอกว่าพระเจ้าให้ของประทานคือพระบุตร เพื่อเราจะไม่ต้องพินาศ แต่รับชีวิตนิรันดร์แทน
สรุปสั้น ๆ: ความรักของพระเจ้าเป็นต้นเหตุ การประทานพระเยซูเป็นวิธี ความเชื่อเป็นเงื่อนไข และชีวิตนิรันดร์เป็นผลลัพธ์ ครับ
ค่าจ้างของความบาปคือความตาย
- Details
- Written by: Chatrapong meesa
- Category: พระคริสต์ธรรมคัมภีร์
- Hits: 2
- :
พระธรรมโรมบทที่ 6:24

ข้อพระคัมภีร์ โรม 6:23 กล่าวว่า "เพราะว่าค่าจ้างของความบาปคือความตาย แต่ของประทานของพระเจ้าคือชีวิตนิรันดร์ในพระเยซูคริสต์องค์พระผู้เป็นเจ้าของเรา"
คำอธิบายมีดังนี้:
1. "ค่าจ้างของความบาปคือความตาย"
คำว่า "ค่าจ้าง" หมายถึงสิ่งที่เราสมควรได้รับจากการกระทำของเราเอง ความบาป (การละเมิดกฎของพระเจ้า) ทำให้มนุษย์ถูกแยกจากพระผู้เป็นเจ้าทั้งในปัจจุบันและนิรันดร์ ความตายที่กล่าวถึงนี้ไม่ใช่แค่การตายทางกายภาพ แต่รวมถึง ความตายฝ่ายวิญญาณ คือการพลัดพรากจากพระเจ้าและผลสุดท้ายคือการลงโทษนิรันดร์
2. "ของประทานของพระเจ้าคือชีวิตนิรันดร์"
ตรงกันข้ามกับ "ค่าจ้าง" คำว่า "ของประทาน" หมายถึงสิ่งที่เราไม่สมควรได้รับ แต่พระเจ้าประทานให้โดยไม่คิดมูลค่า ชีวิตนิรันดร์ไม่ใช่ผลจากการทำดี แต่เป็นสิ่งที่ได้มาโดยความเชื่อใน พระเยซูคริสต์ เท่านั้น (เปรียบเทียบ เอเฟซัส 2:8-9)
3. "ในพระเยซูคริสต์องค์พระผู้เป็นเจ้าของเรา"
ชีวิตนิรันดร์จะเกิดขึ้นได้ก็โดยผ่านทางพระเยซูเท่านั้น เพราะพระองค์ทรงรับโทษแห่งความตายที่เราสมควรได้บนไม้กางเขน และทรงคืนพระชนม์เพื่อให้เรามีชีวิตใหม่กับพระเจ้า
สรุปง่ายๆ:
· ทางของมนุษย์ → ทำบาป → ได้ผลคือความตาย
· ทางของพระเจ้า → เชื่อในพระเยซู → ได้รับของขวัญคือชีวิตนิรันดร์
นี่จึงเป็นข่าวดี (พระกิตติคุณ) ที่เชิญชวนให้ทุกคนยอมรับของประทานนี้ โดยไม่ต้องพยายามหาเงินจ่ายค่าจ้างที่ตนไม่สามารถจ่ายไหวครับ
จากความตายไปสู่ชีวิต
- Details
- Written by: Chatrapong meesa
- Category: พระคริสต์ธรรมคัมภีร์
- Hits: 2
- :
จากความตายไปสู่ชีวิต

เอเฟซัส 2:1-10 ฉบับมาตรฐานไทย (THSV11)
1 ท่านทั้งหลายตายโดยการละเมิดและการบาปของท่าน
2 เมื่อก่อนพวกท่านเคยดำเนินชีวิตในการบาปนั้นตามวิถีของโลกนี้ ตามผู้ครอบครองที่มีอำนาจในฟ้าอากาศ คือวิญญาณที่ทำกิจอยู่ในพวกคนที่ไม่เชื่อฟังในเวลานี้
3 เมื่อก่อนเราทุกคนเคยประพฤติเหมือนพวกเขาตามตัณหาของเนื้อหนัง คือทำตามความต้องการของเนื้อหนังและของความคิด โดยวิสัยแล้วเราจึงเป็นคนที่สมควรได้รับการลงโทษเหมือนอย่างคนอื่นๆ
4 แต่พระเจ้าทรงเปี่ยมด้วยพระเมตตา พระองค์ทรงรักเราโดยความรักอันใหญ่หลวงของพระองค์
5 ถึงแม้ว่าเราเป็นคนตายเนื่องจากการละเมิด พระองค์ยังทรงทำให้มีชีวิตอยู่ร่วมกับพระคริสต์ (พวกท่านได้รับความรอดแล้วด้วยพระคุณ)
6 และพระองค์ทรงทำให้เราเป็นขึ้นมาด้วยกันกับพระคริสต์ และทรงให้เรานั่งด้วยกันกับพระองค์ในสวรรคสถานในพระเยซูคริสต์
7 เพื่อว่าในยุคต่อๆ ไป พระองค์จะทรงสำแดงพระคุณอันอุดมเหลือล้นของพระองค์ ด้วยพระกรุณาที่มีต่อเราในพระเยซูคริสต์
8 เพราะว่าท่านทั้งหลายได้รับความรอดแล้วด้วยพระคุณโดยทางความเชื่อ ความรอดนี้ไม่ใช่มาจากตัวท่าน แต่เป็นของประทานจากพระเจ้า
9 ไม่ใช่มาจากการกระทำ เพื่อไม่ให้ใครอวดได้
10 เพราะว่าเราเป็นฝีพระหัตถ์ของพระองค์ที่ทรงสร้างขึ้นในพระเยซูคริสต์เพื่อให้ทำการดี ซึ่งเป็นสิ่งที่พระเจ้าทรงจัดเตรียมไว้ก่อนแล้วเพื่อให้เราดำเนินตาม
แน่นอนครับ ขออรรถาธิบาย เอเฟซัส 2:1-10 ตามนี้ครับ
บริบททั่วไป
อัครทูตเปาโลเขียนจดหมายถึงคริสตจักรในเมืองเอเฟซัส ช่วงต้นบทที่ 2 ท่านสรุปสภาพของมนุษย์ก่อนและหลังได้รับความรอด โดยเน้นว่าความรอดเป็นของประทานจากพระเจ้า มิใช่มาจากการกระทำของมนุษย์
ข้อ 1-3: สภาพเดิมที่ตายในบาป
“ท่านทั้งหลายที่ตายแล้วเพราะการละเมิดและบาปของท่าน…”
· “ตายแล้ว” หมายถึงการตายฝ่ายวิญญาณ คือแยกจากพระเจ้า ไม่มีชีวิตฝ่ายวิญญาณ แม้ร่างกายยังมีชีวิตอยู่
· สาเหตุคือ “การละเมิดและบาป” คือการก้าวข้ามขอบเขตของพระเจ้า และการพลาดเป้าหมายแห่งพระสิริของพระองค์
“…ซึ่งในอดีตท่านดำเนินตามวิถีของโลกนี้ ตามผู้ที่มีอำนาจในเวหาที่ครอบงำอยู่…”
· “วิถีของโลก” คือระบบค่านิยมที่ต่อต้านพระเจ้า
· “ผู้ที่มีอำนาจในเวหา” หมายถึงซาตาน (มาร) ที่ครอบงำคนที่ไม่เชื่อ
“…และเราเองทุกคนก็เคยประพฤติตามกิเลสตัณหาของเนื้อหนัง…”
· เปาโลรวมตัวเองด้วย (“เราเองทุกคน”) แสดงว่าทั้งชาวยิวและต่างชาติเคยตกอยู่ในสภาพเดียวกัน
· “เนื้อหนัง” ไม่ใช่ร่างกาย แต่หมายถึงธรรมชาติที่บาปและเห็นแก่ตัว
“…โดยธรรมชาติแล้วเราเป็นบุตรแห่งพระพิโรธเหมือนคนอื่นๆ”
· “พระพิโรธ” คือความยุติธรรมอันบริสุทธิ์ของพระเจ้าที่ต้องลงโทษบาป
· มนุษย์ทุกคนโดยกำเนิด (ธรรมชาติที่ตกสู่บาป) จึงสมควรได้รับการพิพากษา
ข้อ 4-7: พระเจ้าทรงให้มีชีวิตใหม่โดยพระคุณ
“แต่พระเจ้าทรงอุดมด้วยพระเมตตา ด้วยความรักอันยิ่งใหญ่ที่พระองค์ทรงรักเรา…”
· “แต่” เป็นจุดเปลี่ยนที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในพระคัมภีร์ แม้มนุษย์ไม่คู่ควร แต่พระเจ้าก็ยังทรงรัก
· “พระเมตตา” คือความสงสารผู้ที่ทุกข์ยาก (คือเราที่ตายในบาป)
“…แม้ว่าเราตายเพราะการละเมิดก็ตาม พระองค์ทรงทำให้เรามีชีวิตอยู่ร่วมกับพระคริสต์…”
· การกลับมามีชีวิตฝ่ายวิญญาณเป็นการร่วมกับพระคริสต์ในการฟื้นคืนพระชนม์ (เทียบกับ โรม 6:4-5)
“…โดยพระคุณท่านทั้งหลายได้รับความรอดแล้ว”
· “พระคุณ” คือพระเมตตาที่ไม่สมควรได้รับ เป็นของประทานฟรีๆ
· “ได้รับความรอดแล้ว” ใช้รูปอดีตสมบูรณ์ (perfect tense) แสดงว่าความรอดเป็นความจริงที่มั่นคงแล้วเมื่อเราเชื่อ
“…และพระองค์ทรงให้เราฟื้นคืนชีวิต และทรงให้เรานั่งร่วมในสวรรค์ในพระเยซูคริสต์”
· นี่คือการที่ผู้เชื่อได้รับการ “นั่งร่วมกับพระคริสต์” ในปัจจุบันทางฝ่ายวิญญาณ (แม้กายยังอยู่บนโลก) หมายถึงเรามีส่วนในชัยชนะและสิทธิอำนาจของพระองค์แล้ว
“…เพื่อจะทรงสำแดงในยุคที่จะมาถึงถึงพระคุณอันเลิศล้ำของพระองค์…”
· จุดประสงค์สูงสุดคือเพื่อถวายพระเกียรติแด่พระเจ้า แสดงให้เห็นความร่ำรวยแห่งพระคุณของพระองค์ตลอดนิรันดร์
ข้อ 8-10: ความรอดโดยความเชื่อ มิใช่โดยการกระทำ
“เพราะว่าโดยพระคุณท่านทั้งหลายได้รับความรอดผ่านทางความเชื่อ…”
· “โดยพระคุณ” เป็นเหตุ – ฝ่ายพระเจ้าให้
· “ผ่านทางความเชื่อ” เป็นเครื่องมือ – ฝ่ายมนุษย์ตอบรับ ไม่ใช่การกระทำดีใดๆ
“…และมิใช่เกิดจากตัวท่านเอง แต่เป็นของประทานจากพระเจ้า…”
· ความรอด มิใช่ “การกระทำ” ของมนุษย์เลย แม้แต่ความเชื่อก็เป็นของประทานที่พระเจ้าประทานให้ (ฟีลิปปี 1:29) หรืออย่างน้อยความเชื่อเป็นเครื่องมือที่พระเจ้าทำให้เกิดขึ้นเมื่อพระองค์ทรงเรียกเรา
“…มิใช่เกิดจากการกระทำ เพื่อไม่ให้ผู้ใดอวดได้”
· ถ้าความรอดเกิดจากการกระทำดีของมนุษย์ มนุษย์ก็จะอวดตัวได้ แต่ที่นี่พระเจ้าให้หมด เพื่อพระสิริเป็นของพระองค์แต่ผู้เดียว
“…เพราะว่าท่านเป็นฝีพระหัตถ์ของพระองค์…”
· “ฝีพระหัตถ์” (poiēma) รากเดียวกับคำว่า “กวี” หรือ “สิ่งที่ถูกสร้างขึ้น” คริสเตียนคืองานศิลปะชิ้นเอกที่พระเจ้าทรงสร้างใหม่ในพระคริสต์
“…ถูกทรงสร้างในพระเยซูคริสต์ให้กระทำการดี…”
· การกระทำดีไม่ใช่ สาเหตุ ของความรอด แต่เป็น ผลลัพธ์ ที่พระเจ้าทรงเตรียมไว้ให้เราดำเนินตาม
· เหมือนช่างฝีมือสร้างงานไว้สำหรับจุดประสงค์บางอย่าง พระเจ้าทรงออกแบบชีวิตเราให้ทำดีเพื่อถวายเกียรติแด่พระองค์
สรุปสาระสำคัญ
1. ก่อนเชื่อ – มนุษย์ตายฝ่ายวิญญาณ อยู่ใต้อำนาจบาปและซาตาน เป็นบุตรแห่งพระพิโรธ
2. พระเจ้าทรงริเริ่ม – ด้วยพระเมตตาและความรักอันยิ่งใหญ่ ทำให้เรามีชีวิตร่วมกับพระคริสต์
3. วิธีรับความรอด – โดยพระคุณผ่านทางความเชื่อเท่านั้น ไม่ใช่จากการกระทำดี
4. ผลลัพธ์ของความรอด – เราเป็นฝีพระหัตถ์ของพระเจ้า ถูกสร้างใหม่เพื่อทำการดีที่พระองค์ทรงเตรียมไว้
การอรรถาธิบายนี้เน้นให้เห็นว่า ความรอดเป็นของประทานฟรีทั้งหมด และชีวิตคริสเตียนที่แท้จริงจะต้องดำเนินในการดีที่พระเจ้าต้องการ ไม่ใช่เพื่อให้รอด แต่เพราะรอดแล้วครับ
Page 1 of 4