ข่าวประเสริฐและพระกิตติคุณของพระเยซูคริสต์
Convert to Jesus Christ
- Details
- Written by: Chatrapong meesa
- Category: พระคริสต์ธรรมคัมภีร์
- Hits: 12
Convert to Jesus Christ
คำว่า "Convert" ในภาษาอังกฤษมีความหมายหลัก 2 แบบครับ คือ
- กริยา (Verb): เปลี่ยน, เปลี่ยนใจ, เปลี่ยนสถานะ, หรือเปลี่ยนรูปแบบ (เช่น เปลี่ยนหน่วยวัด, เปลี่ยนสกุลเงิน, เปลี่ยนความเชื่อ)
· นาม (Noun): ผู้เปลี่ยนใจเลื่อมใส, ผู้เปลี่ยนความเชื่อหรือแนวคิดใหม่
แต่เมื่อนำมาตีความ ตามหลักการตีความพระคัมภีร์ (Biblical Hermeneutics) ที่กล่าวถึงก่อนหน้านี้ คำนี้จะมีความหมายลึกซึ้งในเชิงจิตวิญญาณ โดยเฉพาะในพันธสัญญาใหม่ คำที่ถูกใช้คือภาษากรีกว่า "Epistrephō" (ἐπιστρέφω) แปลว่า "หันกลับ" และ "Shuv" (שׁוּב) ในภาษาฮีบรู ซึ่งแปลว่า "กลับมา"
การตีความ "Convert" ตามหลักการทั้ง 5 ข้อมีดังนี้ครับ:
1. ตีความตามตัวอักษร (Literal Principle)
ในทางไวยากรณ์ "Convert" ไม่ได้แปลว่าแค่ "เปลี่ยนศาสนา" หรือ "เปลี่ยนคริสตจักร" แต่หมายถึง "การหันหลังกลับอย่างสิ้นเชิง" คือหันออกจากทางเดินเก่าของตนเอง (บาป) แล้วหันหน้าไปทางใหม่ (พระเจ้า) อย่างเด็ดขาด ไม่ใช่แค่ปรับปรุงนิสัยเก่า แต่คือการพลิกทิศทางชีวิต
2. พิจารณาบริบททางประวัติศาสตร์ (Historical Principle)
ในยุคแรกเริ่ม คำว่า Convert ถูกใช้ในบริบทของคนต่างชาติ (Gentiles) ที่ละทิ้งรูปเคารพนับร้อยของกรีก-โรมัน มาหาพระเจ้าองค์เดียว หรือในบริบทของชาวยิวที่กลับใจจากการถือศาสนาแบบผิดๆ (พิธีกรรมภายนอก) มาเป็นการเชื่อในพระเมสสิยาห์ (พระเยซู) ซึ่งในเวลานั้นถือเป็นการตัดขาดจากสังคมและครอบครัวเดิมๆ อย่างหนัก
3. ให้พระคัมภีร์อธิบายพระคัมภีร์ (Scripture Interprets Scripture)
ข้อพระคัมภีร์ที่สำคัญคือ กิจการ 3:19 ที่ว่า "เหตุฉะนั้นจงกลับใจเสียใหม่ (Repent) และหันกลับ (Convert)" และ มัทธิว 18:3 ที่ว่า "ถ้าพวกท่านไม่กลับตัว (Convert) และเป็นเหมือนเด็กเล็กๆ จะเข้าในอาณาจักรสวรรค์ไม่ได้"
เมื่อตีความเชื่อมโยงกัน จะเห็นว่า "Convert" คือผลลัพธ์ภายนอกที่มองเห็นได้ของ "Repent" (การกลับใจ) ซึ่งเป็นสภาพภายใน การกลับใจคือการเปลี่ยนแปลงความคิด (Metanoia) ส่วน Convert คือการเปลี่ยนแปลงการกระทำและการดำเนินชีวิตตามมา
4. พิจารณาประเภทวรรณกรรม (Genre Consideration)
ในจดหมายฝากของเปาโล (เช่น โรม 12:2) ที่กล่าวว่า "จงเปลี่ยนจิตวิญญาณของท่านเสียใหม่" คำว่า Convert ในบริบทนี้คือกระบวนการต่อเนื่อง (Sanctification) ไม่ใช่แค่เหตุการณ์ครั้งเดียวในอดีต แต่เป็นการเปลี่ยนแปลงทางความคิดที่เกิดขึ้นทุกวัน
5. บทบาทของพระวิญญาณบริสุทธิ์
การ "Convert" ที่แท้จริงไม่ใช่การตัดสินใจทางปัญญาหรืออารมณ์ของมนุษย์เพียงลำพัง แต่คือการที่พระวิญญาณบริสุทธิ์ทรงไตร่ตรองให้ใจเห็นบาปของตน (ยอห์น 16:8) และนำมาซึ่งการบังเกิดใหม่ (Born Again)
---
💡 ข้อสรุปเชิงประยุกต์ใช้ (Application)
การเป็น "Convert" ตามพระคัมภีร์จึงไม่ใช่การเปลี่ยนบัตรประจำตัวศาสนา แต่คือ "การตายต่อตัวตนเก่าและการฟื้นคืนชีพในชีวิตใหม่ของพระคริสต์" (2 โครินธ์ 5:17) ซึ่งดำเนินไปตลอดชีวิต ไม่ใช่แค่การเปลี่ยนความคิดชั่วครู่ แต่เป็นการกลับมาหาพระเจ้าอย่างถาวรด้วยการเชื่อฟัง
ถ้าคุณต้องการให้ผมช่วยตีความคำศัพท์คำอื่น หรือนำหลักการนี้ไปใช้กับข้อพระคัมภีร์ข้อไหนโดยเฉพาะ ก็บอกได้เลยนะครับ 🙏
Jesus Christ, the Missionary
- Details
- Written by: Chatrapong meesa
- Category: พระคริสต์ธรรมคัมภีร์
- Hits: 32
Jesus Christ, the Missionary
By E. A. Marshall
พระเยซูคริสต์มักถูกมองว่าเป็นนักเทศน์ อาจารย์ ผู้ทำงานส่วนตัว หรือผู้รักษาโรค แต่คืนนี้เราจะพิจารณาพระองค์ในฐานะมิชชันนารี ในบรรดาหน้าที่ต่างๆ เหล่านี้ที่อาจกล่าวถึงพระองค์ บทบาทของมิชชันนารีนั้นโดดเด่นเป็นเลิศ พระลักษณะ ภารกิจที่ได้รับมอบหมาย และพระราชกิจของพระองค์ ทำให้พระองค์ทรงเป็นผู้นำสูงสุดของกิจการทั้งหมด ไม่มีผู้ใดที่เข้าใจความต้องการฝ่ายวิญญาณของมนุษย์กับ ความชอบธรรมของพระเจ้า และ พร้อมจะก้าวไปข้างหน้า ดังนั้น พระองค์จึงเรียกร้องให้ประชาชาติที่ตกอยู่ในความมืดมน เลิกปฏิบัติตัว ตามการชี้นำ ของโลกมนุษย์ ในด้านพระบุคลิกภาพ คำสอน ตัวอย่าง และการรับใช้ พระเยซูทรงโดดเด่นแต่ผู้เดียวและไม่มีผู้ใดเสมอเหมือน ซึ่งทำให้พระองค์ทรงเป็นแบบอย่างในอุดมคติของคริสตจักรสำหรับมนุษย์ทุกคนในทุกยุคทุกสมัย
1. การทรงเรียกและพันธกิจของพระองค์
พระเยซูทรงตระหนักอย่างชัดเจนว่าการทรงเรียกและพันธกิจของพระองค์มาจากพระบิดา สิ่งเหล่านั้นดูเหมือนจะดังก้องอยู่ในพระกรรณที่ทรงฟังอยู่เสมอ และทำให้พระทัยของพระองค์จดจ่ออยู่กับน้ำพระทัยของพระเจ้า บ่อยครั้งที่พระดำรัสอันเป็นเครื่องหมายบ่งชี้หลุดออกจากพระโอษฐ์ แสดงให้เห็นว่าพระทัยของพระองค์ทรงยึดมั่นในสิ่งศักดิ์สิทธิ์เพียงใด และพระองค์ทรงได้รับความปีติยินดีและความชูใจเพียงใดจากการครุ่นคิดถึงการทรงเรียกจากสวรรค์ของพระองค์ “พระบิดาของเราผู้ทรงใช้เรามา” พระองค์ตรัสกับพวกยิวในกรุงเยรูซาเล็มครั้งหนึ่ง และอีกครั้งหนึ่งว่า “พระบิดาทรงใช้เรามาอย่างไร” จิตสำนึกอันสูงส่งนี้ทรงให้ความมั่นคงแก่พระองค์ และประทานสิทธิอำนาจสูงสุดเหนือสิ่งอื่นใดสำหรับพระราชกิจของพระองค์ สิ่งนี้ทรงตอบคำถาม “ใคร?” “ทำไม?” และ “อะไร?” ที่พวกฟาริสีและธรรมาจารย์ผู้ริษยามักจะซักถามพระองค์อยู่เสมอ สิ่งนี้ทรงแก้ปัญหาลึกลับแห่งการทรงนำในชีวิตประจำวัน และทรงทำให้การเดินทางของพระองค์ ซึ่งเต็มไปด้วยอันตรายจากซาตานและการกระทำแห่งความเกลียดชังของมนุษย์นั้น ราบรื่นขึ้น ปัญหาสับสนแห่งการนำทาง ข่าวสาร งาน และการเลี้ยงดู ล้วนรวมอยู่ในหลักการข้อแรกอันยิ่งใหญ่แห่งการรับใช้ข้อเดียว คือ “พระบิดาของเราผู้ทรงใช้เรามา” ด้วยพันธกิจที่ทรงแน่ใจนี้ ไม่มีฟาริสีคนใดจะทำให้พระองค์ทรงคิดว่าพระองค์พลาดการทรงเรียกหรือถูกหลงผิดได้ ไม่มีพวกเฮโรดหรือพวกสะดูสีคนใดจะจับผิดพระดำรัสของพระองค์ได้ และไม่มีผู้มีอำนาจของโรมันคนใดจะข่มขู่พระองค์ในพระราชกิจของพระองค์ได้ พระเยซูทรงเริ่มต้นอย่างถูกต้องด้วย “พระบิดาของเราผู้ทรงใช้เรามา” และพระองค์ไม่เคยยอมให้ปิศาจหรือมนุษย์ทำให้พระองค์ฯหันเหหรือหวั่นไหวได้เลย
พระเยซูคืออาหารแห่งชีวิต
- Details
- Written by: Chatrapong meesa
- Category: พระคริสต์ธรรมคัมภีร์
- Hits: 24
- :

พระธรรมยอห์น บทที่6 :25-29
ยอห์น 6:25-29 TH1971
[25] ครั้นเขาได้พบพระองค์ที่ฝั่งทะเลสาบข้างโน้นแล้ว เขาทั้งหลายทูลพระองค์ว่า <<พระอาจารย์เจ้าข้า ท่านมาที่นี่เมื่อไร>> [26] พระเยซูตรัสกับเขาว่า <<เราบอกความจริงแก่ท่านทั้งหลายว่า ท่านทั้งหลายตามหาเรามิใช่เพราะได้เห็นหมายสำคัญ แต่เพราะได้กินขนมปังอิ่ม [27] อย่าขวนขวายหาอาหารที่เสื่อมสิ้นไป แต่จงหาอาหารที่ดำรงอยู่คืออาหารแห่งชีวิตนิรันดร์ ซึ่งบุตรมนุษย์จะให้แก่ท่าน เพราะพระเจ้าคือพระบิดาได้ทรงประทับตรามอบอำนาจแก่พระบุตรแล้ว>> [28] แล้วเขาทั้งหลายก็ทูลพระองค์ว่า <<ข้าพเจ้าทั้งหลายจะต้องทำประการใด จึงจะทำงานของพระเจ้าได้>> [29] พระเยซูตรัสตอบเขาว่า <<งานของพระเจ้านั้น คือการที่ท่านวางใจในท่านที่พระองค์ทรงใช้มา>>
ให้ทราบซึ้งในความรักของพระคริสต์
- Details
- Written by: Chatrapong meesa
- Category: พระคริสต์ธรรมคัมภีร์
- Hits: 85
- :

พระธรรมเอเฟซัส 3:14 -20
14 เพราะเหตุนี้ข้าพเจ้าจึงคุกเข่าต่อพระบิดา 15 (คำว่า บิดา ของทุกตระกูล ทุกชาติ ในสวรรค์ก็ดี ที่แผ่นดินโลกนี้ก็ดีมาจากคำว่าพระบิดา) 16 ขอให้พระองค์ทรงโปรดประทานกำลังเรี่ยวแรงมากฝ่ายจิตใจแก่ท่านโดยเดชพระวิญญาณของพระองค์ตามความไพบูลย์แห่งพระสิริของพระองค์ 17 เพื่อพระคริสต์จะทรงสถิตในใจของท่านทางความเชื่อเพื่อว่าเมื่อท่านได้วางรากลงมั่นคงในความรักแล้ว 18 ท่านก็จะได้มีความสามารถหยั่งรู้พร้อมกับธรรมมิกชนทั้งหมด ถึงความกว้างความยาวความสูงความลึก 19 คือให้ซาบซึ้งในความรักของพระคริสต์ซึ่งเกินความรู้เพื่อท่านจะได้รับความไพบูลย์ของพระเจ้าเต็มเปี่ยม 20 ขอให้พระเกียรติจงมีแด่พระองค์ผู้ทรงฤทธิกระทำสารพัดมากยิ่งขึ้นกว่าที่เราจะทูลขอหรือคิดได้ตามฤทธิ์เดชที่ประกอบกิจอยู่ภายในตัวเรา 21 ขอให้พระเกียรติจงมีแด่พระองค์ในคริสตจักรและในพระเยซูคริสต์ตลอดชั่วอายุคนเป็นนิตย์ อาเมน
Page 1 of 12
