ข่าวประเสริฐของพระเยซูคริสต์
- Details
- Written by: chatrapong meesa
- Category: พระคริสต์ธรรมคัมภีร์
- Hits: 1
- ทำให้เป็นอันหนึ่งอันเดียวกันในพระคริสต์:
ทำให้เป็นอันหนึ่งอันเดียวกันในพระคริสต์
เอเฟซัส2:11-22
อรรถาธิบายโดย Deep seek (Chinese AI)
เอเฟซัส 2:11-22: อรรถาธิบายโดยศาสนาจารย์ Deep Seek (ศจ.พิเศษ)
บทนำ: จากคนนอกสู่วิหารของพระเจ้า
พระธรรมเอเฟซัสบทที่ 2 วรรค 11-22 เป็นหนึ่งในวรรคทองของพระคัมภีร์พันธสัญญาใหม่ที่บรรยายถึงการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ของมนุษย์ผ่านทางพระเยซูคริสต์ เปาโลวาดภาพสองสภาพ: "ก่อน" และ "หลัง" ของคนต่างชาติ เมื่อเปรียบเทียบกับประชากรของพระเจ้า
วรรค 11-12: สภาพอันน่าสังเวชของคนนอก
เปาโลกล่าวเตือนชาวเอเฟซัสซึ่งเคยเป็นคนต่างชาติว่า "จงระลึกว่าแต่ก่อนท่านเป็นคนต่างชาติ" พวกเขาถูกเรียกว่า "คนที่ยังไม่ได้เข้าสุหนัต" โดยคนยิวที่ถือว่าตนเป็น "ผู้ที่เข้าสุหนัต"
สภาพที่น่าสลดใจของพวกเขา ณ เวลานั้นประกอบด้วย 5 ประการ:
1. ปราศจากพระคริสต์ - ไม่มีความหวังในพระเมสสิยาห์
2. แปลกแยกจากชนชาติอิสราเอล - ไม่มีส่วนในพันธสัญญา
3. คนต่างด้าวต่อพันธสัญญาแห่งพระสัญญา - ขาดสิทธิ์ในพระพรของอับราฮัม
4. ไม่มี hope - ปราศจากความหวังในชีวิตหลังความตาย
5. ปราศจากพระเจ้าในโลก - ไม่รู้จักพระเจ้าที่แท้จริง
นี่คือภาพของมนุษย์ที่อยู่นอกพระคุณ
วรรค 13-18: การคืนดีผ่านโลหิตของพระคริสต์
"แต่บัดนี้" - สองคำที่เปลี่ยนแปลงทุกสิ่ง พระคริสต์ทรงกระทำให้ "ผู้ที่เคยอยู่ไกลกลายเป็นผู้ที่อยู่ใกล้"
กำแพงที่กั้นระหว่างยิวกับต่างชาติคือ "ธรรมบัญญัติพร้อมกับกฎเกณฑ์และข้อบังคับต่างๆ" พระคริสต์ทรงทำให้ธรรมบัญญัติเป็นโมฆะโดยการสิ้นพระชนม์บนไม้กางเขน พระองค์ทรงสร้าง "มนุษย์ใหม่คนเดียว" จากสองฝ่าย ทำให้เกิดสันติภาพ
ที่น่าสนใจคือ เปาโลใช้คำว่าสันติภาพ (peace) สามครั้ง:
- สันติภาพระหว่างยิวกับต่างชาติ
· สันติภาพกับพระเจ้า
· การประกาศสันติภาพแก่ทั้งผู้ที่อยู่ไกลและใกล้
วรรค 19-22: สถานภาพใหม่และวิหารของพระเจ้า
เปาโลเปลี่ยนภาพจากบุคคลสู่สถาบัน ชาวคริสต์ไม่ได้เป็น "คนต่างด้าว" หรือ "ผู้พักแรม" อีกต่อไป แต่เป็น:
1. เพื่อนพลเมืองกับวิสุทธิชน - มีสิทธิ์เท่าเทียมในอาณาจักร
2. คนในครอบครัวของพระเจ้า - มีความสัมพันธ์ใกล้ชิด
3. ส่วนหนึ่งของสิ่งปลูกสร้าง - มีส่วนในพระวิหารฝ่ายวิญญาณ
รากฐานของสิ่งปลูกสร้างนี้คือ "พวกอัครทูตและผู้เผยพระวจนะ" โดยมี "พระเยซูคริสต์ทรงเป็นศิลามุมเอก" คริสตจักรทั้งหมด "ถูกสอดเข้าสร้างขึ้น" (synarmologeo - คำศัพท์ที่ใช้ในการก่อสร้าง) ให้เป็น "วิหารบริสุทธิ์ในองค์พระผู้เป็นเจ้า"
ประยุกต์ใช้ในชีวิตคริสเตียน
1. การระลึกถึงพระคุณ - การจำว่าครั้งหนึ่งเราเป็นอย่างไร ทำให้เรามีใจถ่อมและสำนึกคุณ
2. การทำลายกำแพงแห่งความแตกแยก - เชื้อชาติ ชนชั้น เพศ ไม่ควรแบ่งแยกคริสตจักรอีกต่อไป
3. การเป็นวิหารของพระเจ้า - เราทั้งปวงรวมกันเป็นที่สถิตของพระวิญญาณบริสุทธิ์
4. การประกาศสันติภาพ - เราได้รับสันติภาพแล้ว จงเป็นผู้ประกาศสันติภาพ
สรุป
เอเฟซัส 2:11-22 เป็นคำประกาศข่าวประเสริฐที่ยิ่งใหญ่: ไม่มีใครอยู่ไกลเกินกว่าที่พระโลหิตของพระคริสต์จะเข้าถึง กำแพงทุกชนิดที่มนุษย์สร้างขึ้นสามารถพังทลายลงได้ที่ไม้กางเขน และเราทุกคนไม่ว่าจะมาจากภูมิหลังใด ถูกสร้างขึ้นให้เป็นวิหารที่มีชีวิตของพระเจ้าผู้ทรงพระชนม์
ขอพระเจ้าทรงอวยพระพรแก่ทุกท่านที่ได้ยินและเชื่อในพระวจนะนี้
- Details
- Written by: chatrapong meesa
- Category: พระคริสต์ธรรมคัมภีร์
- Hits: 1
- จากความตายไปสู่ชีวิต:
จะความตายไปสู่ชีวิต
พระธรรมเอเฟซัสบทที่ 2:1-10
แน่นอนครับ ขออรรถาธิบาย เอเฟซัส 2:1-10 ตามนี้ครับ
บริบททั่วไป
อัครทูตเปาโลเขียนจดหมายถึงคริสตจักรในเมืองเอเฟซัส ช่วงต้นบทที่ 2 ท่านสรุปสภาพของมนุษย์ก่อนและหลังได้รับความรอด โดยเน้นว่าความรอดเป็นของประทานจากพระเจ้า มิใช่มาจากการกระทำของมนุษย์
---
ข้อ 1-3: สภาพเดิมที่ตายในบาป
“ท่านทั้งหลายที่ตายแล้วเพราะการละเมิดและบาปของท่าน…”
- “ตายแล้ว” หมายถึงการตายฝ่ายวิญญาณ คือแยกจากพระเจ้า ไม่มีชีวิตฝ่ายวิญญาณ แม้ร่างกายยังมีชีวิตอยู่
· สาเหตุคือ “การละเมิดและบาป” คือการก้าวข้ามขอบเขตของพระเจ้า และการพลาดเป้าหมายแห่งพระสิริของพระองค์
“…ซึ่งในอดีตท่านดำเนินตามวิถีของโลกนี้ ตามผู้ที่มีอำนาจในเวหาที่ครอบงำอยู่…”
- “วิถีของโลก” คือระบบค่านิยมที่ต่อต้านพระเจ้า
· “ผู้ที่มีอำนาจในเวหา” หมายถึงซาตาน (มาร) ที่ครอบงำคนที่ไม่เชื่อ
“…และเราเองทุกคนก็เคยประพฤติตามกิเลสตัณหาของเนื้อหนัง…”
- เปาโลรวมตัวเองด้วย (“เราเองทุกคน”) แสดงว่าทั้งชาวยิวและต่างชาติเคยตกอยู่ในสภาพเดียวกัน
· “เนื้อหนัง” ไม่ใช่ร่างกาย แต่หมายถึงธรรมชาติที่บาปและเห็นแก่ตัว
“…โดยธรรมชาติแล้วเราเป็นบุตรแห่งพระพิโรธเหมือนคนอื่นๆ”
- “พระพิโรธ” คือความยุติธรรมอันบริสุทธิ์ของพระเจ้าที่ต้องลงโทษบาป
· มนุษย์ทุกคนโดยกำเนิด (ธรรมชาติที่ตกสู่บาป) จึงสมควรได้รับการพิพากษา
---
ข้อ 4-7: พระเจ้าทรงให้มีชีวิตใหม่โดยพระคุณ
“แต่พระเจ้าทรงอุดมด้วยพระเมตตา ด้วยความรักอันยิ่งใหญ่ที่พระองค์ทรงรักเรา…”
- “แต่” เป็นจุดเปลี่ยนที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในพระคัมภีร์ แม้มนุษย์ไม่คู่ควร แต่พระเจ้าก็ยังทรงรัก
· “พระเมตตา” คือความสงสารผู้ที่ทุกข์ยาก (คือเราที่ตายในบาป)
“…แม้ว่าเราตายเพราะการละเมิดก็ตาม พระองค์ทรงทำให้เรามีชีวิตอยู่ร่วมกับพระคริสต์…”
- การกลับมามีชีวิตฝ่ายวิญญาณเป็นการร่วมกับพระคริสต์ในการฟื้นคืนพระชนม์ (เทียบกับ โรม 6:4-5)
“…โดยพระคุณท่านทั้งหลายได้รับความรอดแล้ว”
- “พระคุณ” คือพระเมตตาที่ไม่สมควรได้รับ เป็นของประทานฟรีๆ
· “ได้รับความรอดแล้ว” ใช้รูปอดีตสมบูรณ์ (perfect tense) แสดงว่าความรอดเป็นความจริงที่มั่นคงแล้วเมื่อเราเชื่อ
“…และพระองค์ทรงให้เราฟื้นคืนชีวิต และทรงให้เรานั่งร่วมในสวรรค์ในพระเยซูคริสต์”
- นี่คือการที่ผู้เชื่อได้รับการ “นั่งร่วมกับพระคริสต์” ในปัจจุบันทางฝ่ายวิญญาณ (แม้กายยังอยู่บนโลก) หมายถึงเรามีส่วนในชัยชนะและสิทธิอำนาจของพระองค์แล้ว
“…เพื่อจะทรงสำแดงในยุคที่จะมาถึงถึงพระคุณอันเลิศล้ำของพระองค์…”
- จุดประสงค์สูงสุดคือเพื่อถวายพระเกียรติแด่พระเจ้า แสดงให้เห็นความร่ำรวยแห่งพระคุณของพระองค์ตลอดนิรันดร์
---
ข้อ 8-10: ความรอดโดยความเชื่อ มิใช่โดยการกระทำ
“เพราะว่าโดยพระคุณท่านทั้งหลายได้รับความรอดผ่านทางความเชื่อ…”
- “โดยพระคุณ” เป็นเหตุ – ฝ่ายพระเจ้าให้
· “ผ่านทางความเชื่อ” เป็นเครื่องมือ – ฝ่ายมนุษย์ตอบรับ ไม่ใช่การกระทำดีใดๆ
“…และมิใช่เกิดจากตัวท่านเอง แต่เป็นของประทานจากพระเจ้า…”
- ความรอด มิใช่ “การกระทำ” ของมนุษย์เลย แม้แต่ความเชื่อก็เป็นของประทานที่พระเจ้าประทานให้ (ฟีลิปปี 1:29) หรืออย่างน้อยความเชื่อเป็นเครื่องมือที่พระเจ้าทำให้เกิดขึ้นเมื่อพระองค์ทรงเรียกเรา
“…มิใช่เกิดจากการกระทำ เพื่อไม่ให้ผู้ใดอวดได้”
- ถ้าความรอดเกิดจากการกระทำดีของมนุษย์ มนุษย์ก็จะอวดตัวได้ แต่ที่นี่พระเจ้าให้หมด เพื่อพระสิริเป็นของพระองค์แต่ผู้เดียว
“…เพราะว่าท่านเป็นฝีพระหัตถ์ของพระองค์…”
- “ฝีพระหัตถ์” (poiēma) รากเดียวกับคำว่า “กวี” หรือ “สิ่งที่ถูกสร้างขึ้น” คริสเตียนคืองานศิลปะชิ้นเอกที่พระเจ้าทรงสร้างใหม่ในพระคริสต์
“…ถูกทรงสร้างในพระเยซูคริสต์ให้กระทำการดี…”
- การกระทำดีไม่ใช่ สาเหตุ ของความรอด แต่เป็น ผลลัพธ์ ที่พระเจ้าทรงเตรียมไว้ให้เราดำเนินตาม
· เหมือนช่างฝีมือสร้างงานไว้สำหรับจุดประสงค์บางอย่าง พระเจ้าทรงออกแบบชีวิตเราให้ทำดีเพื่อถวายเกียรติแด่พระองค์
---
สรุปสาระสำคัญ
1. ก่อนเชื่อ – มนุษย์ตายฝ่ายวิญญาณ อยู่ใต้อำนาจบาปและซาตาน เป็นบุตรแห่งพระพิโรธ
2. พระเจ้าทรงริเริ่ม – ด้วยพระเมตตาและความรักอันยิ่งใหญ่ ทำให้เรามีชีวิตร่วมกับพระคริสต์
3. วิธีรับความรอด – โดยพระคุณผ่านทางความเชื่อเท่านั้น ไม่ใช่จากการกระทำดี
4. ผลลัพธ์ของความรอด – เราเป็นฝีพระหัตถ์ของพระเจ้า ถูกสร้างใหม่เพื่อทำการดีที่พระองค์ทรงเตรียมไว้
การอรรถาธิบายนี้เน้นให้เห็นว่า ความรอดเป็นของประทานฟรีทั้งหมด และชีวิตคริสเตียนที่แท้จริงจะต้องดำเนินในการดีที่พระเจ้าต้องการ ไม่ใช่เพื่อให้รอด แต่เพราะรอดแล้วครับ
1 พระองค์ทรงกระทำให้ท่านทั้งหลายมีชีวิตอยู่แม้ว่าท่านตายแล้วโดยการละเมิดและการบาป 2 ครั้งเมื่อก่อนท่านทั้งหลายเคยประพฤติในการบาปนั้นตามวิถีของโลกตามเจ้าแห่งย่านอากาศคือวิญญาณที่ครอบครองอยู่ในคนทั้งหลายที่ไม่เชื่อฟัง 3เมื่อก่อนเราทั้งปวงเคยประพฤติเป็นพรรคพวกกับคนเหล่านั้นที่ประพฤติตามตัณหาของเนื้อหนังคือกระทำตามความปรารถนาของเนื้อหนังและความคิดในใจตามสันดานเราจึงเป็นคนควรแก่พระอาญาเหมือนอย่างคนอื่น 4แต่พระเจ้าผู้ทรงเปลี่ยนด้วยพระกรุณาเพราะเหตุความรักอันใหญ่หลวงซึ่งพระองค์ทรงรักเรานั้น 5ถึงแม้ว่าเมื่อเราตายไปแล้วในการบาปพระองค์ยังทรงกระทำให้เรามีชีวิตอยู่กับพระคริสต์(ซึ่งท่านทั้งหลายรอดนั้นรอดโดยพระคุณ) 6และพระองค์ทรงให้เราเป็นขึ้นมากับพระองค์และทรงโปรดให้เรานั่งในสวรรค์สถานกับพระเยซูคริสต์ 7เพื่อว่าในยุคต่อๆไปพระองค์จะได้ทรงสำแดงพระคุณของพระองค์อันอุดมเหลือล้นในการซึ่งพระองค์ได้ทรงเมตตาเราในพระเยซูคริสต์ 8 ด้วยว่าซึ่งเราทั้งหลายรอดนั้นก็รอดโดยพระคุณเพราะความเชื่อและมิใช่โดยตัวเราทั้งหลายก็ทำเองแต่พระเจ้าทรงประทานให้ 9ความรอดนั้นจะเนื่องด้วยการกระทำก็หามิได้เพื่อมิให้คนหนึ่งคนใดอวดได้ 10 เพราะว่าเราเป็นฝีพระหัตถ์ของพระองค์ที่ทรงสร้างขึ้นในพระเยซูคริสต์เพื่อให้ประกอบการดีซึ่งพระเจ้าได้ทรงดำริไว้ล่วงหน้าเพื่อให้เรากระทำ
- Details
- Written by: chatrapong meesa
- Category: พระคริสต์ธรรมคัมภีร์
- Hits: 2
- ทรงสวมสภาพเป็นมนุษย์:
ตอนนี้อยู่ในยุคที่พระคุณ.ซ้อนพระคุณ ที่ AIเข้ามามีบทบาทในการใช้ชีวิตของเราอย่างมากมายไม่ว่าจะเป็นไปแง่ลบหรือในแง่บวกดังนั้นเราจึงจำเป็นต้องใช้ศักยภาพของ AI ในทางที่ถูกต้องอยู่เสมอต่อไปนี้เป็นกรณีศึกษาที่ใช้ AI มาประยุกต์ใช้ในการรับใช้พระเจ้า
แน่นอนครับ ขออรรถาธิบายพระธรรมยอห์น 3:14-18 แบบทีละประเด็นครับ
ตัวบท (ภาษาไทย)
ข้อ 14-15: “และโมเสสได้ยกงูขึ้นในถิ่นทุรกันดารฉันใด บุตรมนุษย์ก็จะต้องถูกยกขึ้นฉันนั้น เพื่อทุกคนที่วางใจในพระองค์จะได้มีชีวิตนิรันดร์”
ข้อ 16: “เพราะว่าพระเจ้าทรงรักโลกดังนี้ คือได้ประทานพระบุตรองค์เดียวของพระองค์ เพื่อทุกคนที่วางใจในพระบุตรนั้นจะไม่พินาศ แต่มีชีวิตนิรันดร์”
ข้อ 17: “เพราะว่าพระเจ้าไม่ได้ทรงใช้พระบุตรมาในโลกเพื่อพิพากษาโลก แต่เพื่อโลกจะรอดโดยพระบุตรนั้น”
ข้อ 18: “ผู้ที่วางใจในพระบุตรก็ไม่ถูกพิพากษา แต่ผู้ที่ไม่เชื่อก็ถูกพิพากษาอยู่แล้ว เพราะว่าไม่เชื่อในพระนามพระบุตรองค์เดียวของพระเจ้า”
---
อรรถาธิบายทีละส่วน
1. การเปรียบเทียบ “งูทองแดง” (ข้อ 14-15)
พระเยซูทรงอ้างถึงเหตุการณ์ใน กันดารวิถี 21:4-9 ที่ชาวอิสราเอลถูกงูพิษกัดเพราะบ่นต่อว่าพระเจ้า โมเสสจึงทำงูทองแดงปักไว้บนเสา ใครมองดูงูทองแดงนั้นก็จะหายจากพิษ
- ความหมายฝ่ายวิญญาณ: งูเป็นสัญลักษณ์ของ คำสาปแช่ง/บาป (เพราะงูในปฐมกาล) แต่งูทองแดงที่ถูกยกขึ้นหมายถึงพระเยซูผู้ “ทรงถูกทำให้เป็นบาปเพื่อเรา” (2 โครินธ์ 5:21) โดยพระองค์มิได้ทรงทำบาป
· “ถูกยกขึ้น” หมายถึงทั้ง การถูกตรึงบนไม้กางเขน (การสิ้นพระชนม์ทางกาย) และ การได้รับการยกชูขึ้นสู่สง่าราศี (การคืนพระชนม์และเสด็จขึ้นสวรรค์)
· หลักแห่งความรอด: “ทุกคนที่วางใจ” ไม่ใช่แค่มองดูเฉยๆ แต่คือการ วางใจอย่างหมดหัวใจ ในพระเยซู เหมือนคนที่ถูกงูกัดต้องจ้องมองงูทองแดงด้วยความเชื่อว่าจะหาย
2. หัวใจของข่าวประเสริฐ: ยอห์น 3:16 (ข้อ 16)
ข้อนี้เป็นพระคัมภีร์ที่โด่งดังที่สุด สรุปสาระสำคัญของความรอด:
- “พระเจ้าทรงรักโลก” – “โลก” (กรีก: kosmos) หมายถึงมวลมนุษย์ที่ตกอยู่ในบาป ไม่ใช่ธรรมชาติหรือสิ่งสร้างอื่น พระเจ้าไม่ได้รักเพราะเราดี แต่รักขณะที่เรายังเป็นคนบาป (โรม 5:8)
· “ประทานพระบุตรองค์เดียว” – การประทานหมายถึงการยอมให้พระบุตรสิ้นพระชนม์แทนเรา “องค์เดียว” (monogenēs) แสดงถึงความเป็นเอกลักษณ์และความรักอันล้ำลึกของพระบิดา
· “จะไม่พินาศ” – พินาศไม่ใช่การสูญสิ้น แต่คือการ ถูกแยกจากพระเจ้าชั่วนิรันดร์ (นรก)
· “มีชีวิตนิรันดร์” – ไม่ใช่แค่อยู่ตลอดไป แต่คือ คุณภาพชีวิตที่สัมพันธ์กับพระเจ้า เริ่มตั้งแต่เดี๋ยวนี้ และดำเนินไปเป็นนิตย์
3. จุดประสงค์ที่แท้จริงของพระเยซู (ข้อ 17)
พระเยซูเสด็จมา ไม่ใช่เพื่อตัดสินลงโทษ (แม้พระองค์ทรงมีสิทธิ์เพราะเป็นพระเจ้า) แต่ เพื่อช่วยให้รอด
- โลกอยู่ในสภาพถูกพิพากษาอยู่แล้วเพราะบาปของอาดัม (โรม 5:12) พระเยซูจึงมาเพื่อ พลิกคำพิพากษา ให้กับผู้ที่เชื่อ
· หากพระองค์มาเพื่อพิพากษาโดยตรง ทุกคนก็จะถูกตัดสิน แต่พระองค์มาเพื่อรับโทษแทนเรา
4. สถานะของผู้เชื่อและผู้ไม่เชื่อ (ข้อ 18)
- “ผู้ที่วางใจ…ก็ไม่ถูกพิพากษา” – ไม่ใช่เพราะความดีของตน แต่เพราะพระเยซูรับโทษแทนแล้ว ดังนั้นจึง พ้นโทษ โดยสิ้นเชิง
· “ผู้ที่ไม่เชื่อก็ถูกพิพากษาอยู่แล้ว” – คำพิพากษามิใช่สิ่งที่รออยู่ข้างหน้าเท่านั้น แต่ ขณะที่ยังไม่เชื่อ เขาก็อยู่ในสภาพถูกตัดสินแล้ว เพราะเขาปฏิเสธทางเดียวที่จะรอด
· เหตุผล: “ไม่เชื่อในพระนามพระบุตรองค์เดียว” – พระนามหมายถึง สิทธิอำนาจและความเป็นพระเจ้า การไม่เชื่อคือการเหยียดหยามความรักที่ยิ่งใหญ่ที่สุด
---
สรุปสาระสำคัญสำหรับชีวิตคริสเตียน
1. การรักษาแบบเดิมคือพิธีกรรม (มองงูทองแดง) แต่ การรักษาแบบใหม่คือความเชื่อในพระเยซูที่ถูกยกขึ้นบนไม้กางเขน
2. ความรอดเป็นของขวัญ ไม่ใช่ผลงาน ไม่มีใครดีพอที่จะรอดได้เอง
3. มนุษย์มีสองทางเลือกเท่านั้น: เชื่อ→ชีวิตนิรันดร์ หรือ ไม่เชื่อ→พินาศ
4. พระเจ้าไม่ต้องการให้ใครพินาศ พระองค์ทรงทำทุกอย่างแล้ว เพียงแค่ให้เรารับด้วยความเชื่อ
หวังว่าอรรถาธิบายนี้จะเป็นประโยชน์ครับ หากมีข้อสงสัยเพิ่มเติมถามได้เลยครับ 🙏
- Details
- Written by: chatrapong meesa
- Category: พระคริสต์ธรรมคัมภีร์
- Hits: 5
- เราเป็นชนชาติบริสุทธิ์ของพระเจ้า:
เราเป็นชนชาติบริสุทธิ์ของพระเจ้า
อพยพ19:5-6
5 เหตุฉะนี้ถ้าเจ้าฟังเสียงของเราและรักษาพันธะสัญญาของเราไว้เจ้าจะเป็นกรรมสิทธิ์ของเราที่เราเลือกสรรจากท่ามกลางชนชาติทั้งปวงเพราะแผ่นดินทั้งสิ้นเป็นของเราเจ้าทั้งหลายจะเป็นอาณาจักรปุโรหิตและเป็นชนชาติบริสุทธิ์สำหรับเรานี่เป็นถ้อยคำที่เจ้าต้องบอกให้คนอิสราเอลฟัง
ข้อพระคัมภีร์อพยพ 19:5-6 คือข้อความแห่ง พันธสัญญา สำคัญยิ่งในพระคัมภีร์เดิม ซึ่งพระเจ้าทรงเสนอสถานะพิเศษแก่ชนชาติอิสราเอล หากพวกเขาตอบสนองด้วยการเชื่อฟัง ซึ่งเป็นข้อความที่รากฐานความเชื่อของทั้งศาสนายูดาห์และคริสต์ศาสนาต่างสืบทอดต่อมา
📖 ข้อพระคัมภีร์
· ภาษาไทย (THSV11): "ฉะนั้น ถ้าพวกเจ้าฟังเสียงเราจริงๆ และรักษาพันธสัญญาของเราไว้ พวกเจ้าจะเป็นของล้ำค่าของเราที่เราเลือกสรรจากท่ามกลางชนชาติทั้งปวง เพราะแผ่นดินทั้งสิ้นเป็นของเรา พวกเจ้าจะเป็นอาณาจักรปุโรหิตและเป็นชนชาติบริสุทธิ์สำหรับเรา นี่เป็นถ้อยคำที่เจ้าต้องบอกกับคนอิสราเอล"
· New International Version (NIV) : "Now if you obey me fully and keep my covenant, then out of all nations you will be my treasured possession. Although the whole earth is mine, you will be for me a kingdom of priests and a holy nation.’ These are the words you are to speak to the Israelites."
📝 อรรถาธิบาย
1. เงื่อนไขของพันธสัญญา (ข้อ 5a)
“ถ้าพวกเจ้าฟังเสียงเราจริงๆ และรักษาพันธสัญญาของเราไว้” ความสัมพันธ์นี้ไม่ได้ถูกกำหนดโดยชาติกำเนิด แต่ขึ้นอยู่กับการตอบสนองด้วยความเชื่อฟัง ซึ่งเป็นหลักการสำคัญที่ปรากฏซ้ำตลอดพระคัมภีร์
2. สถานะ "ของล้ำค่า" (Segullah) (ข้อ 5b)
คำภาษาฮีบรู סְגֻלָּה (Segullah) มีความหมายพิเศษกว่าทรัพย์สินทั่วไป (property) หมายถึง “สมบัติล้ำค่าหรือกรรมสิทธิ์ส่วนพระองค์” แม้แผ่นดินโลกและทุกชนชาติเป็นของพระองค์ในฐานะพระผู้สร้าง แต่พระองค์ทรงเลือกและหวงแหนอิสราเอลเป็นพิเศษดั่ง “สมบัติส่วนตัว” (a treasured possession) เปรียบได้กับเครื่องประดับอันล้ำค่าที่ถูกเก็บไว้อย่างดี
3. "อาณาจักรปุโรหิตและชนชาติบริสุทธิ์" (ข้อ 6)
สองสถานะนี้เป็นพันธกิจหลักของอิสราเอล:
· เป็นอาณาจักรปุโรหิต (a kingdom of priests) : ทุกคนมีสถานะกษัตริย์และปุโรหิต มีหน้าที่เป็นคนกลางนำ บรรดาประชาชาติ มาสู่ความรู้จักพระเจ้า (inclusive mission) มากกว่าการถูกกีดกัน
· เป็นชนชาติบริสุทธิ์ (a holy nation) : ถูกแยกออกจากชนชาติอื่นเพื่อรับใช้และถวายเกียรติแด่พระเจ้า
✝️ การเชื่อมโยงสู่พันธสัญญาใหม่
พันธสัญญาเดิมนี้เป็นรากฐานของเอกลักษณ์ของคริสตจักรในพันธสัญญาใหม่ โดยเฉพาะ 1 เปโตร 2:9 ได้นำคำว่า “อาณาจักรปุโรหิต” (a royal priesthood) , “ชนชาติบริสุทธิ์” (a holy nation) และ “ของล้ำค่าของพระองค์” (God’s special possession) มาอ้างถึงผู้เชื่อทุกคน (ทั้งชาวยิวและชาวต่างชาติ)
นี่แสดงให้เห็นว่าพระประสงค์ของพระเจ้าที่มีต่ออิสราเอลไม่ได้หายไป แต่ได้ขยายขอบเขตสำเร็จสมบูรณ์ในพระเยซูคริสต์และคริสตจักร ซึ่งผู้เชื่อได้รับสิทธิพิเศษและพันธกิจเดียวกันในการเป็นตัวแทนของพระองค์ท่ามกลางโลก
หากคุณสนใจจะศึกษาความเชื่อมโยงระหว่างพันธสัญญาเดิมและพันธสัญญาใหม่เพิ่มเติม อยากทราบรายละเอียดเกี่ยวกับความหมายของคำว่า "Segullah" หรือเปรียบเทียบฉบับแปลอื่น ๆ บอกได้เลยนะครับ
- Details
- Written by: chatrapong meesa
- Category: พระคริสต์ธรรมคัมภีร์
- Hits: 9
- ท่าทีการถวายทศางค์:
"พระคำของพระเจ้าที่มาถึงทุกท่านในวันนี้ อยู่ในหนังสือเฉลยธรรมบัญญัติ26:12-19
12 "เมื่อท่านถวายทศางค์จากผลไม้ของท่านเสร็จแล้วในปีที่ สาม อันเป็นปีทศางค์คือให้ทศางค์นั้นแก่คนเลวีและคนต่างด้าว ลูกกำพร้าและแม่หม้าย เพื่อเขาจะได้รับประทานให้อิ่มหนำภายในเมืองของท่าน13แล้วท่านจงทูลพระเยโฮวาห์พระเจ้าของท่านว่า 'ข้าพระองค์ยกส่วนศักดิ์สิทธิ์ออกจากบ้านข้าพระองค์แล้วและยิ่งกว่านั้นข้าพระองค์ได้ให้แก่คนเลวึและคนต่างด้าว ลูกกำพร้าและแม่หม้าย ตามพระบัญญัติซึ่งพระองค์ทรงบัญชาไว้แก่ข้าพระองค์ทุกประการข้าพระองค์มิได้ละเมิดพระบัญญัติของพระองค์ในข้อใดเลยและข้าพระองค์มิได้ลืมเลย14ข้าพระองค์มิได้รับประทานทศางค์เมื่อข้าพระองค์ไว้ทุกข์หรือยกส่วนใดออกไปเมื่อข้าพระองค์เป็นมลทินหรืออุทิศส่วนใดเพื่อผู้ตายข้าพระองค์ได้เชื่อฟังพระสุรเสียงของพระเยโฮวาห์พระเจ้าของข้าพระองค์ข้าพระองค์ได้กระทำตามทุกสิ่งที่พระองค์ทรงบัญชาไว้15ขอพระองค์ทรงทอดพระเนตรจากสถานประทับบริสุทธิ์ของพระองค์คือสวรรค์และขอทรงอำนวยพระพรแก่อิสราเอลประชากรของพระองค์และแก่ที่ดินซึ่งพระองค์ประทานแก่ข้าพระองค์ทั้งหลายดั่งที่พระองค์ทรงปฏิญาณไว้กับบรรพบุรุษของข้าพระองค์เป็นแผ่นดินที่มีน้ำนมและน้ำผึ้งไหลบริบูรณ์'
ชนชาติที่บริสุทธิ์แด่พระเจ้า
16วันนี้พระเยโฮวาห์พระเจ้าของท่านทรงบัญชาท่าน ให้กระทำตามกฎเกณฑ์และกฎหมายเหล่านี้ฉะนั้นท่านจงระวังที่จะกระทำตามด้วยสุจิตสุดใจของท่าน
17"ในวันนี้ท่านได้ยอมรับแล้วว่าพระเยโฮวาห์เป็นพระเจ้าของท่านและท่านจะดำเนินตามพระมรรคาของพระองค์และรักษากฎเกณฑ์พระบัญญัติและกฎหมายของพระองค์และจะเชื่อฟังพระสุรเสียงของพระองค์ 18และในวันนี้พระเจ้าทรงรับว่าท่านทั้งหลายไปชนชาติในกรรมสิทธิ์ของพระองค์ ดังที่พระองค์ทรงสัญญาไว้กับท่าน และว่าท่านจะรักษาพระบัญญัติทั้งสิ้นของพระองค์19และว่าพระองค์จะทรงตั้งท่านให้สูงเหนือบรรดาประชาชาติซึ่งพระองค์ได้ทรงสร้าง ในเรื่องสรรเสริญชื่อเสียงและเกียรติยศและว่าท่านจะเป็นชนชาติที่บริสุทธิ์ แด่พระเยโฮวาห์พระเจ้าของท่านดังที่พระองค์ตรัสไว้แล้ว"